นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาลในภาวะวิกฤติ ทั้งโควิด-19 และเศรษฐกิจว่า วิกฤตทั้งสองประการนี้ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกครั้งใหญ่ และเป็นข้อท้าทายภาวะการเป็นผู้นำของฝ่ายบริหารที่มีศักยภาพ ที่ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการทดสอบวิสัยทัศน์ การคิดเชิง ยุทธศาสตร์ในอนาคตว่า ผู้นำมีความสามารถในการนำความรู้ด้านการบริหาร สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในประเทศของตนอย่างไร ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก กำลังก้าวเข้าสู่บททดสอบสำคัญ ถึงความสามารถในการบริหารประเทศยามวิกฤต เพื่อแก้ไขสถานการณ์และร่วมประคับประคองประเทศให้พ้นวิกฤติ

เมื่อมองกลับมาที่สถานการณ์ของประเทศไทยในวันนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญต่อ “นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี” ว่ามีศักยภาพเพียงพอในการเป็นผู้นำในยามวิกฤติหรือไม่ และจะสามารถนำพาประเทศไทยให้ก้าวข้ามพ้นวิกฤตได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตนได้เคยบอกกล่าวไปแล้วว่าในฐานะผู้นำฝ่ายค้านว่าพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ รัฐบาลควรมีแผนการเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ของประเทศ คู่ขนานไปกับการแก้วิกฤตสุขภาพ โดยควรกำหนดทิศทางให้ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเห็นแนวโน้มและจังหวะก้าวของชีวิตในอนาคต พร้อมกับการเตรียมการรับมือเศรษฐกิจครัวเรือนของตนอย่างมีความหวัง นอกจากนี้ยังไม่เห็นความชัดเจนในการปรับงบประมาณปี 2563 และยังมีความเป็นห่วงต่อการที่รัฐบาลเตรียมการจะขอออกพระราชกำหนดสำคัญทางการเงิน แต่พร้อมสนับสนุนหากรัฐบาลนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของประเทศและประชาชนอย่างมีแผน อย่างเป็นระบบ ครบถ้วนรอบด้าน ทั่วถึง และโปร่งใส อันจะเป็นผลต่อการเยียวยาชีวิตให้กับคนไทยทุกชนชั้น ทั้งแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ตนหวังว่าเสียงสะท้อนนี้จะนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วม ที่รัฐบาลพึงรับฟัง เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ ไปได้อย่างดี