วันที่ 18 มค.2563 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. ,พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5. บก.ป.
พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.5. บก.ป.จับกุม นายพงศธร หรือหนุ่ม (สงวนนามสกุล) ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” มารับทราบข้อกล่าวหาต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.ปากเสาธง

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 เวลาประมาณ 15.40 น. นายพงศธรฯ ได้เข้ามาที่ร้านซูชิริขุ เลขที่ 99/9 หมู่ 2 ต.ศรีษะจระเข้น้อย อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ และอ้างตัวเป็นพนักงานของบริษัทชื่อดังย่านรางน้ำ สั่งให้ทางร้านทำซูชิ จำนวน 150 กล่อง โดยแจ้งว่าจะนำไปเลี้ยงนักท่องเที่ยว โดยตกลงราคากันที่ 68,850 บาท ซึ่งนายพงศธรฯ แจ้งกับทางร้านว่าให้ทำซูชิจริงในราคา 55,800 บาท เท่านั้น ในส่วนของเงินจำนวน 10,350 บาทที่เหลือ ขอเป็นค่าหัวคิวที่ตนเป็นผู้สั่งซื้อ หลังจากนั้นนายพงศธรฯ ได้สั่งให้ทางร้านนำเงินจำนวน 10,350 บาท (ค่าหัวคิว) ใส่ซองเตรียมไว้เพื่อมอบให้ตนภายหลังจากที่ตนพาไปรับเงินค่าซูชิกับทางบริษัทดังกล่าว เจ้าของร้านจึงได้ให้พนักงานถือซองเงินค่าหัวคิวและไปที่บริษัทดังกล่าวกับนายพงศธรฯ โดยระหว่างเดินทางไปนั้นนายพงศธรฯ ได้ฉวยโอกาสดึงซองเงินดังกล่าวไปจากพนักงาน และหลอกให้พนักงานไปรอที่บริษัท แต่สุดท้ายนายพงศธรฯ กลับไม่มาตามที่นัดหมาย เมื่อเจ้าของร้านทราบเรื่องดังกล่าว จึงรู้ตัวว่าถูกนายพงศธรฯ หลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนติดตามคนร้ายในคดีนี้ โดยทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสืบสวนเพิ่มเติมจนทราบว่า นายพงศธรฯ เป็นผู้ก่อเหตุ โดยได้ก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะดังกล่าวมาแล้วเป็นจำนวนหลายครั้ง ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

จนกระทั่งวันที่ 17 ม.ค. 63 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5. บก.ป. ได้สืบสวนจนทราบว่า นายพงศธรฯ หลบหนีไปพักอาศัยอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งย่านถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ เมื่อพบนายพงศธรฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมอธิบายรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี ซึ่งคนร้ายตามภาพในกล้องวงจรปิดได้ก่อเหตุหลอกลวงร้านค้า และมีผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีกับคนร้ายคนดังกล่าวในหลายท้องที่ หลังจากดูภาพและรับฟังรายละเอียดทางคดี นายพงศธรฯ ยอมรับว่าตนเป็นคนร้ายตามภาพในกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุดังกล่าวจริง และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพักรายวัน ซึ่งนายพงศธรฯ พักอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเสื้อที่มีลักษณะคล้ายกับตัวที่ใส่ก่อเหตุและถูกกล้องวงจรปิดจับภาพได้ สอบถามนายพงศธรฯ รับว่าเป็นเสื้อของตนที่ใส่ในการก่อเหตุในวันและเวลาดังกล่าวจริง นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบของกลาง เงินสด จำนวน 10,600 บาท นายพงศธรฯ รับว่าเงินที่ได้จากการหลอกลวง จะนำไปเล่นการพนัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวนายพงศธรฯ ไปรับทราบข้อกล่าวหาต่อหน้าพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง

จากการสอบถามนายพงศธรฯให้การยอมรับว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และตั้งแต่เดือนพ.ย. 62 ถึงปัจจุบัน นายพงศธรฯ ก่อเหตุฉ้อโกงในลักษณะนี้มาแล้วจำนวน 14 ครั้ง ดังนี้
ร้านอาหารเยอรมัน CW CURRYWURST ห้างสรรพสินค้าเกตเวย์ เอกมัย ได้เงินจำนวน 5,000 บาท (สน.คลองตัน)
ร้านแมคโดนอล ห้างสรรพสินค้าเซียร์รังสิต ได้เงินจำนวน 7,900 บาท (สภ.คูคต)
ร้านฮ่องกงนู๊ดเดิ้ล ซอยนวลจันทร์ ได้เงินจำนวน 11,000 บาท (สน.บึงกุ่ม)
ร้านซูชิ (ไม่ทราบชื่อร้าน) รังสิตคลอง 2 ได้เงินจำนวน 7,000 บาท (สภ.คลองหลวง)
ร้านซูชิเลิฟเวอร์ ซอยเจริญกรุง 72 ได้เงินจำนวน 6,800 บาท (สน.วัดพระยาไกร)
ร้านเคเอฟซี สาขารังสิตคลอง 2 ได้เงินจำนวน 10,500 บาท (สภ.คลองหลวง)
ร้านกาแฟอเมซอน ปากทางถนนร่มเกล้า ได้เงินจำนวน 5,600 บาท (สภ.ร่มเกล้า)
ร้านซูชิบ้านไข่หวาน ถนนเคหะร่มเกล้า ได้เงินจำนวน 5,500 บาท (สน.ร่มเกล้า)
ร้านแมคโดนัล​ สาขา รังสิตคลอง 3 ได้เงินจำนวน 15,000 บาท (สภ.ธัญบุรี)
ร้านโคโคอิชิบันย่า สาขา ปั๊ม ป.ต.ท. สายไหม 56 ได้เงิน 9,720 บาท (สน.สายไหม)
ร้านขนมปัง (ไม่ทราบชื่อ) ที่ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ (สน.ประเวศ) / ไม่สำเร็จ
ร้านขนมปัง (ไม่ทราบชื่อร้าน) ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลสำโรง (สภ.สำโรงเหนือ) / ไม่สำเร็จ
ร้านเซเว่นอีเลเว่น ที่ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ (สน.ประเวศ) ไม่สำเร็จ
ร้านสุกี้ (ไม่ทราบชื่อร้าน) ที่ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ (สน.ประเวศ) / ไม่สำเร็จ
จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดพบว่า นายพงศธรฯ เคยถูกจับกุมในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และพ้นโทษเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562