เมื่อวันที่ 10.30 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในพื้นที่ จว.ลพบุรี ว่า คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร สามารถคัดแยกคัดกรองกลุ่มบุคคลที่คิดว่าไม่เกี่ยวออกไปแล้ว ยังมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มยังอยู่ในข่ายที่น่าจะมีศักยภาพในการลงมือเป็นคนร้าย ส่วนประเด็นที่สื่อถามกันมาว่ามีประเด็นเรื่องมีข่าวหลุดออกมาเรื่องจำนวนกระบอกของอาวุธปืน และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนิติวิทยาศาสตร์ ต้องขอเรียนว่าผมก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ไปให้ข่าว ในส่วนของการทำงานนั้นมีความชัดเจนอยู่แล้วว่า มีช่องทางในการให้ข่าวอยู่ไม่กี่คน แล้วเรื่องของการให้ข่าวนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งผู้ให้ข่าวที่ได้รับมอบหมายและผู้เกี่ยวข้อง จึงอยากจะฝากว่าขอให้อดใจรอสักนิดนึงผ่านไป 5 วันแล้ว มีความคืบหน้าแต่บอกไม่ได้ว่าทำอะไรไปบ้าง เอาเป็นว่าประเด็นที่สื่อสนใจหรือสงสัย เราได้ทำไปแล้ว ผู้บังคับการตำรวจจังหวัดลพบุรีนั้นอยู่ในพื้นที่ ตอบคำถามไม่ไหว จึงขอเรียนว่าในสิ่งที่อยากรู้ทั้งประเด็นคนร้ายเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นบุคคลในเครื่องแบบ ไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าเป็นคนร้ายก็จับทั้งนั้น ถ้ารู้ชัดเจน ออกหมายจับดำเนินการได้จับอยู่แล้ว ไม่มีเกรงกลัวผู้มีอิทธิพล นั้นคือสิ่งที่ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้คำมั่นเอาไว้

รองโฆษกตร. กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการติดตามจับกุมตัวคนร้ายมีหลายหน่วยงาน ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็มีหน่วยคอมมานโด หรือหน่วยอะไรก็ตาม ทุกคนได้ลงไปบูรณาการร่วมกัน เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจ ทราบว่าวันนี้ในช่วงเย็นจะมีการติดตามสถานการณ์ที่ จว.ลพบุรี ถ้ามีอะไรคืบหน้า เนื่องจากว่าหลักการทำงานเมื่อมีการรับงานไปในช่วงกลางคืนก็จะไปทำงานในช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก็จะเอาการบ้านที่ให้ไปมาส่งผู้บังคับบัญชา แล้วมีการอัพเดตกัน ก็น่าจะมีความคืบหน้า อย่างไรก็ตามคดีมีความคืบหน้าไป 60-70 เปอร์เซ็นแล้ว

เมื่อถามว่าคดีนี้มีความยากไหม พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ต้องบอกว่ามีความยาก ถ้าง่ายก็จับได้ตั้งแต่วันแรกแล้ว ทั้งการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล หลายๆส่วน ได้มีการระดมนักสืบมา เราไม่ได้มีความขัดแย้งกันอะไรภายใน เราทำงานเป็นเอกภาพ มันมีความยาก มีโจทย์ของมันอยู่ เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าเรื่องนี้จะมีคำตอบให้ทุกคน ขอให้เชื่อมั่นในการทำงาน เมื่อท่านลงไปดูเองแล้ว เอานักสืบระดับพระกาฬ ก็เห็นอยู่แล้วว่าใครทำอะไรบ้าง แต่ในบางอย่างนั้น ในส่วนของตัวผมเอง ผมคงไม่สามารถ ถึงแม้ผมจะรู้ผมก็ไม่พูดในเรื่องที่ทำแล้วคนร้าย หรือคนที่ให้ที่พักพิงคนร้าย จะเอาไปใช้เป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง มันพูดไม่ได้ อยากจะพูดใจจะขาดถ้ารู้ อยากจะฝากในเรื่องเฟคนิวส์ทางโซเชียลมีเดีย ว่าคนนี้เป็นคนร้าย เห็นไหมจากเด็กคนหนึ่งอยู่ดีๆ มีใครก็ไม่ทราบอุตริเอาภาพไปขึ้นว่าเป็นคนร้าย เป็นคนที่ต้องการตัวมีการทำลิ้งก์ชาร์จ สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาคืออะไร มันไม่สนุก ผู้ที่ใช้โทรศัพท์ในการส่งข้อความ ให้คิดสักนิดหนึ่งก่อนที่จะทำอะไรแบบนี้

“ถ้าไม่เกิดขึ้นกับตัวท่านเอง หรือญาติของท่าน ท่านจะไม่รับรู้ความรู้สึก ท่านต้องรู้สึกว่า วันที่ท่านไปพูดคุย กับญาติคนตายนั้น มีความรู้สึกเสียใจ อย่าเอาความตายของคนอื่นมาล้อเล่น และขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงาน” พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว