วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562​ ณ โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมือง​ จ.นราธิวาส​ : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ในพื้นที่ พร้อมเยี่ยมชมผลงานของโรงเรียน ณ โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมือง​จ.นราธิวาส และรับฟังปัญหา แนวทางการพัฒนา การศึกษา

ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ​ มีแนวทางและแนวคิด ที่จะ ร่วมกับสถานศึกษา โดยให้มีองค์ความรู้ ด้านการเกษตรฯ ให้กับทางโรงเรียน ใช้ในการสอนให้กับเด็กนักเรียน ในเรื่องการส่งเสริมการทำเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องของการส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรฯ ที่ยึดแนวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักคิด เพื่อ​ให้เด็กนักเรียนนำไปเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะ ในเรื่องการปลูกพืชผัก สวนครัว เสี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะ ไก่ไข่ ซึ่ง จะมีการ ฝึกให้กับเด็กนักเรียน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดย ในส่วนการส่งเสริมการปลูกพืชผักและเลี้ยงสัตว์ อาจนำมาเป็นอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน และอาจขยายต่อในการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับเด็กนักเรียน และนำไปพัฒนา สู่แนวทางการ ส่งเสริมการพัฒนา ประเทศ ให้มีความมั่นคงในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ทางโรง เรียน บทบาทของโรงต่อการพัฒนาประเทศ ในอานาคต

ขณะเดียวกันยังเดินทางต่อ ไปที่ไปยัง ที่ว่าการอำเภอสุไหปาดี เพื่อพบปะประชาชน​ และรับฟังปัญหาเรื่องที่ดินและพื้นที่ที่มีปัญหาจากเกษตรกร นอกจากนี้ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการแปรรูปข้าว และพบปะเกษตรกรกลุ่มปลูกข้าวหอมกระดังงา ณ บ้านตอหลัง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัสฯ กล่าวว่า จากการรับฟังปัญหาจากเกษตรกร ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เกษตรกร ส่วนใหญ่ ยังมี ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินจำนวนมาก เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศโดยขณะนี้ ตนได้สั่งการในทางสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรหรือ สปก,เร่งรัดในการจัดรูปที่ดินให้กับเกษตรกร ให้เร็วที่สุดโดยยอมรับว่าการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรขณะนี้ค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากมีพื้นที่ ทับซ้อนกันจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ มีทั้งพื้นที่อุทยาน พื้นที่กรมป่าไม้ ซึ่งทับซ้อนกันกับพื้นที่ สปก.จำนวนมาก จนเป็นปัญหาต่อการจัดสรรณพื้นที่ ทำกินให้กับเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นทางรัฐบบาล กำลังเร่งรัดในการแก้ปัญหา ในส่วนพื้นที่ ทับซ้อนทั้งหมด โดยจะให้ใช้ มาตรตราส่วนเดียวกันทุกหน่วยงาน โดยในอัตราส่วนเดียวกันทั้งหมด คือในมาตรส่วน 1​ ต่อ​ 4,000 หรือวันแมปเพื่อป้องกันการทับซ้อน โดยจะใช้เป็นมาตรส่วนเดียวกัน ทุกหน่วยงานเพื่อ ไม่ให้เกิดการทับซื้อนเบื้องต้น ตนแสนอแนวทางให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบและเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยตนจะนำเสนอ ต่อครม.ให้เร็วที่สุด และคิดว่า น่าจะเป็นแทนทางที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนได้ หากในมาตรตราส่วนเดียวกันทุกหน่วยงาน

“ตอนนี้ ค่อนข้างมีปัญหาเพราะ กระทรวงทรัพย์ เขาก็ ได้ อัตราส่วนอีกอย่าง กรมแผนที่ทหารก็ใช้มาตราส่วนอีกอย่างหนึ่ง ละหน่วยงานมันใช้แผนที่คนละมาตรส่วน มันเลยช่วยเหลือชาวบ้านไม่ได้เลย บอกว่าหากต้องการ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทุกหน่วยงานต้องใช้มาตรส่วนเดียวกัน ทั้งหมด วันนี้ผมกราบเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ว่าหากต้องการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อน ต้องขับเคลื่อนเรื่องการ กำหนดอัตราส่วนแผนที่เป็นอันเดียวกันทั้งหมด และให้ทุกหน่วยงานใช้มาตราส่วนเดียวกัน เบื้องต้นท่านเห็นด้วย ซึ่งเราจะเอาวันแมปเข้าครม.ประกาศเลยว่าจะใช้มาตรส่วนแผนที่เดียวกันทั้งหมด ปัญหาต่างๆ มันถึงจะจบ นราธิวาส ก็ เหมือนทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ จากนี้ไปผมจะตั้งคณะกรรมการ แก้ปัญหาขับเคลื่อน ให้เป็นรูปมธรรมคิดว่าจากนี้ไปมันคงจะไม่มีปัญหาแล้วโดยที่ปัญหาที่ผ่านมานายกได้กำชับมาโดยตลอด การจัดการปัญหาที่ดินต้องชัดเจน“ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

ร้อยเอกธรรมนัสฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนปัญหาที่ดินทำกินของพื้นที่​ จ.นราธิวาส จากนี้ไป จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุดและต้องมีความชัดเจนในการ จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร และจะต้องมีความโปร่งใส ขณะเดียวกัน พื้นที่อื่นๆ การจัดสรรณที่ดินก็ต้องมีความโปร่งใสเช่นเดียวกัน โดยจากนี้ไปพื้นที่สปก.ทั้งหมด ที่เหลืออีก 2 หมื่นกว่าไร่ ต้องมีการจัดสรรณที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยจะต้องให้จบให้หมดภายใน180 วันให้ได้ หาก ไม่แล้วเสร็จผู้เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาตัวเองไม่งั้น ตอบสังคมไม่ได้ทุกอย่างต้องจบและต้องโปร่งใส