วันนี้ 24 พย.2562
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.พุฒิเดช บุญกระพือ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2.บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ  มีมงคล ,พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง ,พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน,พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส รอง ผกก.2.บก.ป
นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก.2.บก.ป. พร้อมกำลัง

ได้ร่วมกันจับกุม นายจิราวุฒิ หรือเอิร์ธ ชาวราษฎร์ อายุ 22 ปี ที่อยู่ 488/4 ซอยลาดพร้าว 112 (เอี่ยมสมบูรณ์) แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร จำเลยตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 468/2562 ลง 27 มิถุนายน 2562
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป,ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
โดยเมื่อ วันที่ 21 มค.2562 เวลาประมาณ 22.00 น. นายเอิร์ธ ได้ร่วมกันกับเพื่อนอีกคนซึ่งถูกจับดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้วได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวสตรีชาวจีน เหตุเกิดบริเวณปากซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซอย 7 แขวง และ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ หลังจากก่อเหตุแล้ว นายเอิร์ธกับพวก ได้แยกย้ายกันหลบหนีไป ภายหลังนายเอิร์ธถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่เมื่อศาลให้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีแล้วนายเอิร์ธหลบหนีไม่ไปศาลตามนัด

ทางศาลอาญาจึงได้ออกหมายจับไว้ ต่อมาชุดจับกุมจาก กก.2.บก.ป. ได้ลงพื้นที่ สืบหาข้อมูล จนทราบว่านายเอิร์ธอาศัยอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่ ซึ่งเปิดอู่ซ่อมรถและขายวัสดุก่อสร้างในซอยลาดพร้าว 114 จึงนำกำลังไปเฝ้าดูพฤติการณ์ พบว่าผู้ต้องหาจะขับรถจักรยานยนต์เข้าออกบ่อยครั้ง แต่ระมัดระวังตัวตลอดโดยสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้า ทำให้ยากต่อการสังเกตและติดตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางกำลังเฝ้ารถจักรยานยนต์คันต้องสงสัยจนกระทั่งพบนายเอิร์ธขี่ จยย.มา จอดรถบริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ภายในซอยลาดพร้าว 114 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงลงจากรถแสดงตัวเพื่อจับกุม แต่นายเอิร์ธไม่ยอมให้จับกุมพยายามหลบหนีจะเข้าเข้าไปในร้านก่อนล๊อคตัวนายเอิร์ธได้และ นำตัวส่ง ศาลอาญา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากตรวจสอบประวัตินายเอิร์ธพบว่าเคยก่อคดีในลักษณะเดียวกันในท้องที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อ ปี 2559 และยังพบว่ามีหมายจับของศาลอาญา หมายจับ ที่ 550/2562 ลง 30 กรกฎาคม 2562 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด การพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นการจับกุมจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”อีก 1 หมายจับ ด้วย

จากการสอบถามนายเอิร์ธ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ร่วมก่อเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ และจะได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2.บก.ป.ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา ให้ติดตามจับกุมกลุ่มแก๊งออกตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจะเน้นก่อเหตุตามสถานที่ท่องเที่ยวและบริเวณใกล้ที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ ทำให้เสียภาพลักษณ์และบรรยากาศของการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก