นายพรชัย ปัทมินทร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจขนาดใหญ่ บรรษัทธุรกิจและวาณิชธนกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า หลังจากสายงานธุรกิจขนาดใหญ่ (Wholesale Banking Group) ได้ปักธง Leading ASEAN BANK เมื่อปี 2557 เริ่มสร้างและคัดสรรทีมงานบุคลากรที่เชี่ยวชาญ เข้ามาร่วมกันกับทีมงานระดับภูมิภาคของกลุ่มซีไอเอ็มบี ถึงวันนี้ได้เกิดเป็น ASEAN PLATFORM ที่แข็งแกร่งขึ้นมาระหว่างธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และซีไอเอ็มบีกรุ๊ป ที่มีครบทั้ง 10 ประเทศ อาเซียน รวมถึงเครือข่ายนอกภูมิภาคที่มีทั้งสาขาและสำนักงานตัวแทน ในระยะ 5 ปี ที่ผ่านมาบริษัทขนาดใหญ่แทบทุกแห่งมองหาโอกาสในการไปขยายตลาดในต่างประเทศซึ่งเราจะแนะนำและส่งต่อลูกค้าระหว่างกันในซีไอเอ็มบีเพื่อสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินให้ลูกค้าไทยไปเติบโตในต่างประเทศ ซึ่งเราจะแสวงหาโอกาสมานำเสนอให้กับลูกค้าเสมอจากทีมงานของเรามีความเข้าใจและเชี่ยวชาญเอาใจใส่ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด นี่คือหัวใจของความสำเร็จในวันนี้และในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ทางซีไอเอ็มบีมองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปสนับสนุนธุรกรรมทางการเงินอีกประมาณ 2-3 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ แสนล้านบาท ให้กับบริษัทไทยเพื่อไปเติบโตในกลุ่มประเทศ ASEA

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

กลยุทธ์หลักของเราคือ จะไม่ลงไปบุกในทุกพื้นที่ของตลาดธุรกิจขนาดใหญ่เพราะทุกตลาดที่เราไปเราได้เลือกแล้วว่าเรามีจุดแข็งที่สามารถจะพาลูกค้าไปทำธุรกรรมต่างประเทศเริ่มตั้งแต่การสนับสนุนสินเชื่อ เทรดไฟแนนซ์ การควบรวมกิจการ วาณิชธนกิจ ไปถึงบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เราสร้างมูลค่าเพิ่มลงไปในทุกอย่าง คือ ความรู้และโอกาสในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้ลูกค้าทางด้านการลงทุนและการบริหารเงินของเราติดตลาดเพราะเรามีจุดแข็งที่ผู้เล่นรายอื่นไม่มี นายพรชัย กล่าว

โดยปัจจุบัน ธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 7.2 – 7.3 หมื่นล้านบาท เติบโตเปลี่ยนแปลงจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้น ธนาคารตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันพอร์ตสินเชื่อให้เติบโตเร็วขึ้นโดยต้องการขยายพอร์ตสินเชื่อภายในประเทศให้เพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาทใน
อีก 2-3 ปีข้างหน้า