ที่ กองบังคับการ​ปราบปราม (บก.ป.)​ พล​ตำรวจ​ตรี​ จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการ​กอง​ปราบปราม​ (ผบก.ป.)​ ได้สั่งการให้ พัน​ตำรวจ​เอก​ ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (ผกก.1 บก.ป.)​ พร้อมด้วย​ พัน​ตำรวจ​โท​ พัฒนพงษ์ ศรีพิณเพราะ รองผู้กำกับ​การ​ 1​ กอง​บังคับการ​ปราบปราม​ (รอง​ผกก.1 บก.ป.),พัน​ตำรวจ​โท​ พีรศักดิ์ สวยสม สารวัตร​ กอง​กำ​กับการ​ 1​ กองบังคับการ​ปราบปราม​ (สว.กก.1 บก.ป.)​

ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายสมเกียรติ หรือ บอย เอกะวิภาต อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13/319 หมู่ที่ 18 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ที่ จ.272/2556 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2556 ข้อหา“หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น,พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง” โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ได้ที่บริเวณห้างเซียร์ รังสิต ถนนพหลโยธิน ต.คูคต อ.ลำลูกกา​ จ.ปทุมธานี​

พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสมเกียรติฯ ผู้ต้องหา ชอบแอบอ้างกับบุคคลอื่นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดหน่วยแห่งหนึ่ง โดยมักจะพกบัตรข้าราชการทหารปลอมยศพันตรี และยังมีชุดข้าราชการทหารยศพันโท อาวุธปืนปลอมเก็บไว้ในห้องพักของตนเองด้วย กระทั่งเมื่อปี 2557 ได้ถูกตำรวจปทุมธานี จับกุมตัวดำเนินคดีในข้อหาแสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานฯ​ และใช้ยศโดยไม่สิทธิ์ฯไปแล้ว

พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ฯ กล่าวต่อว่า จากนั้นกองปราบฯได้สืบสวนทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับติดตัวอีกคดีเหตุเกิดเมื่อปี 2556 คดีหน่วงเหนี่ยวกักขังและพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกหลวง สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน กทม.แล้วใช้อุบายหลอกลวงหญิงสาวผู้เสียหาย อ้างว่าตนเองเป็นนายทหารยศพันตรีสังกัดหนึ่งใน กทม.เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และพาหญิงสาวผู้เสียหายออกไปเที่ยวต่อ แต่ผู้เสียหายขอพาเพื่อนสาวไปด้วย1คน หลังจากขับรถมาได้สักพักผู้ต้องหาก็ทำทีจอดรถแวะข้างทาง แล้ววานให้เพื่อนผู้เสียหายลงไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อข้างทาง เมื่อเพื่อนของผู้เสียหายลงจากรถ ผู้ต้องหาก็รีบขับรถออกมาทันทีทิ้งเพื่อนผู้เสียหายไว้

พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ฯ กล่าวอีกว่า ระหว่างทางผู้ต้องหาก็ได้ใช้กำลังขืนใจปลุกปล้ำผู้เสียหายบนรถของตนเองทันที แต่ผู้เสียหายขัดขืน สู้แรงผู้ต้องหาไม่ไหว จึงออกอุบายว่าตนเองติดเชื้อHIV ผู้ต้องหาก็ยังไม่ยอมหยุด ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ผู้ต้องหาจึงปล่อยผู้เสียหายลงข้างทาง แล้วรีบขับรถหนีไป กระทั่งตามจับกุมได้ในที่สุด

เบื้องต้นสอบสวนนายสมเกียรติฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุกระทำผิดตามหมายจับจริง จึงนำตัวส่งพนักงาน​สอบสวน​สน.