นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.)โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีมีการล่าชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ว่า กระแสถอดถอนกกต.กำลังมาแรงผ่านweb siteซึ่งระดมผู้สนับสนุนได้มากกว่า 7 แสนคนแล้วในขณะนี้ เข้าใจว่าเป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยาเพื่อกดดันกกต. แต่ล่าสุดมีการล่าชื่อนิสิตนักศึกษาในหลายมหาวิทยาลัยด้วยแบบฟอร์มพร้อมบัตรประชาชน แต่ถึงจะได้จำนวนเท่าใดก็ไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด เพราะรธน.แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ ไม่ได้ให้อำนาจสว.(หรือสนช.ที่ปฏิบัติหน้าที่สส.และสว.)ถอดถอนกรรมการในองค์กรอิสระอีกต่อไป แต่มอบอำนาจให้ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นผู้พิจารณาพิพากษาคดีตามมาตรา234,235และ236 ของรธน.คือ

มาตรา234 ปปช.มีหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนและมีความเห็นว่ากรรมการในองค์กรอิสระ(กกต.)ทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรธน.หรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง แล้วดำเนินการต่อไปตามรธน.หรือพรป.ปปช.
มาตรา235 กรณีมีเหตุอันควรสงสัยหรือมีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ(กกต.)ให้ปปช.ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง หากมีมติไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของปปช.ทั้งหมด ว่ากกต.ผู้นั้นมีพฤติการณ์หรือกระทำความผิดตามที่ไต่สวน ให้ดำเนินการ

1.ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

2.กรณีอื่น ให้ส่งสำนวนไปที่อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯประทับรับฟ้อง ให้กกต.นั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่

มาตรา236 สส.หรือสว.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อกล่าวหาปปช.ผู้ใด กระทำผิดตามมาตรา234 ให้ยื่นต่อปธ.รัฐสภาพร้อมหลักฐานตามสมควร

ไม่ต้องล่ารายชื่อก็สามารถยื่นฟ้องกกต.ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องยื่นฟ้องต่อปปช.ให้ไต่สวนก่อน

ถ้าปปช.รับฟ้อง กกต.ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องมีหลักฐานว่ากกต.ทำผิดอะไร ทุจริตต่อหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรธน.หรือกฎหมายใด ครับ

กระแสถอดถอนกกต.กำลังมาแรงผ่านweb siteซึ่งระดมผู้สนับสนุนได้มากกว่า7แสนคนแล้วในขณะนี้…

โพสต์โดย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2019