นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของนายยิ่งชีพ โดยระบุว่า การกล่าวหาหรือทำให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย จำเป็นต้องมีมาตรฐานในการพิสูจน์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อมีการพาดพิงหรือเชื่อมโยงไปถึงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย โดยมีข้อความดังนี้
“กล่าวหาคนภูมิใจไทย ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่แค่ลากเส้นโยง”ผมเห็นการออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือก สว. โดยคุณยิ่งชีพ ซึ่งไม่ได้กล่าวถึงเฉพาะ สว. บางกลุ่มเท่านั้น แต่ยังมีการพาดพิงและเชื่อมโยงไปถึง บุคคลในพรรคภูมิใจไทย ด้วย
เมื่อกล่าวหาหรือทำให้สังคมเข้าใจว่าบุคคลใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจผิดกฎหมาย ผมคิดว่ามาตรฐานต้องสูงกว่าการบอกว่า ใครรู้จักใคร ใครสัมพันธ์กับใคร หรือใครอยู่ในเครือข่ายเดียวกับใคร
เพราะ “ความสัมพันธ์” ไม่เท่ากับ “การร่วมกระทำความผิด” หากจะกล่าวหาบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องตอบให้ได้เป็นรายบุคคลว่าบุคคลนั้นทำอะไร? ทำเมื่อใด? ทำกับใคร? มีเจตนาอย่างไร? และการกระทำนั้นฝ่าฝืนกฎหมายใด?
อย่าใช้วิธีลากเส้นจาก สว. คนหนึ่ง ไปหาบุคคลอีกคนหนึ่ง แล้วลากต่อไปถึงนักการเมืองหรือพรรคการเมือง ก่อนจะสรุปให้สังคมเข้าใจว่า ทุกคนที่อยู่ปลายเส้นเหล่านั้นต้องเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด นี่ไม่ใช่มาตรฐานของการพิสูจน์ความผิดในระบบกฎหมาย ซึ่งคุณยิ่งชีพย่อมจะรู้ ยิ่งเมื่อมีการเอ่ยชื่อหรือพาดพิงบุคคลในพรรคภูมิใจไทย ยิ่งต้องระมัดระวัง เพราะชื่อเสียงและสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาก็ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
หากมีหลักฐานจริง ผมสนับสนุนให้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทั้งหมดไม่ต้องปกป้องใคร และไม่ต้องยกเว้นใครแต่ในทางกลับกัน หากยังไม่มีหลักฐานที่แสดงถึงการกระทำของบุคคลนั้นโดยตรง ก็ไม่ควรใช้การเชื่อมโยงทางสังคม การเมือง หรือความรู้จักกัน มาแทนข้อพิสูจน์ว่าเขามีส่วนร่วมในการกระทำผิดที่สำคัญ กกต. เป็นองค์กรตามกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่ใช่วินิจฉัยตามพาดหัวข่าว กระแสสังคม หรือแรงกดดันจากฝ่ายใด
ถ้าบอกว่า “พร้อมเปิดทุกหลักฐาน”ผมก็เห็นด้วยครับ — เปิดเลย และเปิดให้ครบ เปิดตั้งแต่วันนี้แต่เมื่อเปิดแล้ว ต้องยอมให้หลักฐานถูกตรวจสอบด้วยว่าเป็นหลักฐานที่พิสูจน์การกระทำผิดจริง หรือเป็นเพียงข้อมูลที่ถูกนำมาเรียงต่อกันเพื่อสร้างภาพความเชื่อมโยง
คนภูมิใจไทยไม่ได้อยู่เหนือกฎหมายแต่ก็ไม่ได้อยู่นอกหลักนิติธรรมเช่นกันใครทำผิด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายใครถูกกล่าวหา ต้องมีสิทธิชี้แจงและใครเป็นผู้กล่าวหา ก็ต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของสิ่งที่ตนกล่าวเพราะในประเทศที่ปกครองด้วยกฎหมาย“เส้นโยง” ไม่ใช่ “หลักฐาน”“ความสัมพันธ์” ไม่ใช่ “ความผิด”และ “ข้อกล่าวหา” ไม่ใช่ “คำพิพากษา”
และการกระทำใดของคุณยิ่งชีพที่ทำให้บุคคลใดหรือพรรคภูมิใจไทยได้รับความเสียหาย คุณก็ย่อมต้องรับผลจากการกระทำนั้น




