อดีต สว. ซัด “หมอวรงค์” ปมต้านเงินสวัสดิการอดีตสมาชิกรัฐสภา ชี้ขัดจริยธรรม ชวนร่วมขับไล่-ฟ้องศาลทุจริตฯ-ศาล รธน.

18
วิบูลย์ แช่มชื่น

กรุงเทพฯ, 24 สิงหาคม 256 – ศ.ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดกาฬสินธุ์ (ชุดปี 2543–2549) โพสต์ข้อความในบัญชีเฟซบุ๊ก ถึงเพื่อนอดีตสมาชิกรัฐสภา แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยภักดี ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านเงินสวัสดิการจากกองทุนสำหรับผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ขาดจริยธรรม มุ่งหวังเพียงคะแนนเสียงทางการเมือง และสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคม

ศ.ดร.วิบูลย์ เปิดเผยถึงข้อเท็จจริงด้านสถานะของอดีตสมาชิกรัฐสภา โดยยกตัวอย่างกรณีตนเองที่เคยรับราชการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมา 23 ปี ก่อนลาออกมาทำหน้าที่ สว. ทำให้เวลาราชการไม่ครบ 25 ปี จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญข้าราชการ และเมื่อพ้นจากตำแหน่ง สว. อายุเกิน 60 ปี ก็ไม่สามารถกลับเข้ารับราชการต่อได้ ขณะที่ระเบียบปัจจุบันไม่สามารถนับอายุราชการปกติรวมกับเวลาการดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ ส่งผลให้อดีต สว. หลายคนที่อุทิศตนตรากฎหมายสำคัญ ต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือยังชีพจากกองทุนฯ เพียงเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งถือเป็นสวัสดิการตามกฎหมาย ไม่ใช่เงินบำนาญอย่างที่ถูกกล่าวหา

นอกจากนี้ ศ.ดร.วิบูลย์ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ในต่างประเทศที่เป็นประชาธิปไตยต่างมีระบบสวัสดิการตอบแทนอดีตสมาชิกรัฐสภาอย่างสมเกียรติ ขณะที่ นพ.วรงค์ ซึ่งเป็นอดีต สส. และมีสิทธิรับเงินดังกล่าวเช่นกัน กลับออกมาคัดค้านกฎหมายที่รัฐสภาตราขึ้น ทั้งที่หากไม่เห็นด้วยควรใช้กระบวนการเสนอญัตติแก้ไขกฎหมายตามช่องทางรัฐสภาอย่างถูกต้อง

พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทางเคลื่อนไหว 3 ข้อ ได้แก่ 1.ยื่นฟ้องร้อง นพ.วรงค์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือศาลรัฐธรรมนูญ ฐานกระทำการที่อาจขัดต่อกฎหมายและผิดจริยธรรมนักการเมือง, 2.ผลักดันการแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้นับเวลาราชการปกติรวมกับเวลาการดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำหรับการคำนวณบำนาญอย่างเป็นธรรม และ 3.เรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายกองทุนอย่างเคร่งครัด หากละเว้นอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ทั้งนี้ ศ.ดร.วิบูลย์ ได้แสดงความขอบคุณบุคคลในแวดวงรัฐสภา อาทิ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่เข้าใจและร่วมสนับสนุนหลักการของกองทุนสวัสดิการดังกล่าวในการพิจารณางบประมาณที่ผ่านมา