นายปริญญา  เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหาร ศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยผลงานวิชาการในการเสวนาวิชาการ “การเลือกตั้งแบบ 3 อิน 1 กับผลทางการเมืองและการใช้สิทธิของประชาชน” คาดการณ์ผลทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น จากระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ในการเลือกตั้งปี 2562 ว่า ระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ บัตรเลือกตั้งจะมีผลกับคะแนนเสียงของประชานและจำนวน ส.ส.ในหลายมิติ เนื่องจากระบบเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคใหญ่ได้ ส.ส. น้อยลง จะมีพรรคขนาดกลางมาเเย่ง ส.ส.

“ปกติการเลือกตั้งทุกครั้ง พรรคใหญ่จะได้ส.ส.ระบบเขต น้อยกว่าแบบบัญชีรายชื่อ จึงตั้งข้อสังเกตถึงการใช้บัตรใบเดียว หากคนชอบผู้สมัคร ส.ส.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ต่างพรรคกัน จะทำให้เกิดการขาดสิทธิในการตัดสินใจเลือกตั้ง”นายปริญญา กล่าว

นายปริญญา กล่าวว่า ส่วนสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง  คาดว่าไม่มีพรรคใดได้ ส.ส.เกิน 250 เสียง เพราะผู้ที่มีโอกาสเลือกตั้งครั้งแรก 6.4 ล้านคน มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคการเมืองใหม่  จะเกิดการเมืองแบบ 3 ก๊กในการตั้งรัฐบาล คือ ก๊กที่ 1 พรรคการเมืองและ ส.ว.ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก๊กที่ 2 พรรคเพื่อไทยและพรรคเครือข่าย และก๊กที่ 3 พรรคประชาธิปัตย์

นายปริญญา กล่าวว่า โอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลมีได้หลายรูปแบบ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวเเปรสำคัญ รวมถึง นายกรัฐมนตรีจะมาจากว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรคไม่เกิน 5-6 พรรค  และโอกาสของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ มีเหตุผลเดียว คือ พรรคพลังประชารัฐชนะการเลือกตั้ง แต่จะติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติของหัวหน้า คสช. ที่อาจขัดต่อกฎหมายในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และ ส.ว.อาจเป็นปัญหาในการเลือกนายรัฐมนตรี จากกระแสฟรีโหวตที่จะเกิดหลังการเลือกตั้ง

นายปริญญา กล่าวว่า  สำหรับการตัดสินคดียุบพรรคไทยรักษาชาติเชื่อว่า จะไม่ส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ที่คำนวนไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากคะแนนเสียงสามารถถ่ายโอนไปเลือกพรรคการเมืองอื่นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลได้  แต่เป็นห่วงผู้สมัครที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นต้องได้รับผลกระทบ  ไม่สามารถลงรับสมัครเลือกตั้งได้ ดังนั้น ควรจะมีการเยียวยา