โฆษกศาลยุติธรรม เปิดสถิติคดีศาลชั้นต้นครึ่งปีแรก 2569 กว่า 1.1 ล้านคดี ฟ้องใหม่สูงกว่าปี 2568 เกินห้าหมื่นคดี แต่ตัดสินเสร็จ 78% ขณะที่ศาลทั่วประเทศพร้อมดันโครงการเชิงรุก มุ่งสู่ศาลยุติธรรมเพื่อประชาชนตามนโยบายประธานศาลฎีกา

วันที่ 12 ส.ค. 2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงการบริหารจัดการคดีของศาลยุติธรรมในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2569 (เดือน ม.ค.-มิ.ย.) ว่าตามรายงานสถิติคดี ศาลชั้นต้นทั่วประเทศมีคดีเข้าสู่การพิจารณา 1,109,533 คดี โดยพิพากษาเสร็จ 867,099 คดี คิดเป็นร้อยละ 78.15 โดยเมื่อเทียบสถิติรอบ 6 เดือนแรกของปี 2568 ที่ผ่านมาคดีเข้าสู่การพิจารณา 1,053,448 คดี พิพากษาเสร็จ 832,470 คดี นับได้ว่าช่วงครึ่งปีแรก 2569 คดีมีจำนวนสูงขึ้น โดยศาลชั้นต้นบริหารจัดการคดีพิพากษาเสร็จมากขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ภาพรวม 5 อันดับศาลชั้นต้นทั่วประเทศที่มีคดีเข้าสู่การพิจารณาสุงสุด คือ ศาลจังหวัดธัญบุรี 23,863 คดี,
ศาลแพ่งมีนบุรี 20,181 คดี, ศาลแขวงสมุทรปราการ 18,092 คดี, ศาลแขวงนนทบุรี 17,807 คดี, ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด 16,007 คดีส่วนข้อหาคดีอาญาที่เข้าสู่การพิจารณาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ 5 อันดับแรกในปี 2569 ได้แก่ ประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 248,369 คดี, พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 จำนวน 83,554 คดี, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 จำนวน 17,117 คดี, พ.ร.บ.คนเข้ามือง พ.ศ.2522 จำนวน 13,837 คดี และความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334-335 จำนวน 13,607 คดี
ส่วนข้อหาคดีแพ่ง 5 อันดับแรก ได้แก่ ขอจัดการมรดก จำนวน 59,659 คดี, ละเมิด จำนวน 19,001 คดี, ยืม จำนวน 8,802 คดี, รับช่วงสิทธิ จำนวน 6,818 คดี และผิดสัญญา จำนวน 5,988 คดี โดยข้อหาคดีผู้บริโภค 5 อันดับแรก ได้แก่ กู้ยืม จำนวน 131,993 คดี, บัตรเครดิต 97,546 คดี, สินเชื่อบุคคล 92,336 คดี, เช่าซื้อ (รถยนต์) 43,317 คดี, ค้ำประกัน 29,257 คดี

สำหรับศาลชั้นอุทธรณ์ (ศาลอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ภาค 1-ภาค 9) ครึ่งปีแรก 2569 คดีเข้าสู่การพิจารณา 89,843 คดี โดยพิพากษาเสร็จ 40,837 คดี ขณะที่ครึ่งปีแรกของปี 2568 คดีเข้าสู่การพิจารณา 83,818 คดีพิพากษาเสร็จ 32,920 คดี ซึ่งแนวโน้มคดีที่เข้าสู่การพิจารณาในชั้นอุทธรณ์มีเพิ่มขึ้น โดยศาลชั้นอุทธรณ์มุ่งมั่นพิจารณาพิพากษาให้เสร็จโดยรวดเร็ว ไม่ล่าช้า และล่าสุดศาลอุทธรณ์ดำเนินโครงการ “จัดทำคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์” อันเป็นอีกหนึ่งภารกิจตามกฎหมายที่ประธานศาลอุทธรณ์ต้องเป็นผู้ทำคำวินิจฉัยเมื่อคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดีค้ามนุษย์ คดีผู้บริโภค มีปัญหาเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลและลักษณะของคดีว่าคดีนั้นๆ เป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 หรือไม่
โดยการนำเทคโนโลยียุคใหม่มาสนับสนุนเพื่อลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ส่งเสริมระบบงานธุรการให้คล่องตัว ทันสถานการณ์ ปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพราะที่ผ่านมาการจัดทำคำวินิจฉัยนั้นจะเรียงพิมพ์เป็นกระดาษทุกขั้นตอน โดยโครงการนี้จะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารสำนวนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การนำเข้าข้อมูลสำนวนคดี ขั้นตอนธุรการ การยกร่างคำวินิจฉัย การส่งร่างตรวจ การเสนอประธานศาลอุทธรณ์ลงนามคำวินิจฉัย การส่งคำวินิจฉัยให้ศาลชั้นต้น และขั้นตอนการแจ้งการอ่านในระบบ โดยนำคดีผู้บริโภคมาเป็นต้นแบบของการพัฒนาระบบงาน
ขณะที่ชั้นศาลฎีกา ครึ่งปีแรก 2569 คดีเข้าสู่การพิจารณา 10,039 คดี พิพากษาเสร็จ 4,221 คดี เทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2568 คดีเข้าสู่การพิจารณา 10,291 คดี พิพากษาเสร็จ 4,362 คดี ซึ่งปริมาณคดีที่เข้าสู่การพิจารณาในปี 2569 ถือว่าน้อยกว่าปี 2568 นัยหนึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนว่าคดีต่างๆ สามารถเสร็จสิ้นได้อย่างเป็นที่พอใจของคู่ความตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์ด้วยคุณภาพคำพิพากษาที่ได้มาตรฐาน เป็นธรรมตามกฎหมาย

ทั้งนี้ นายสุริยัณห์ โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำถึงการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนว่า ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับการอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในทุกมติอย่างทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรมในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งให้บริการประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เสมอภาค เป็นมาตรฐานเดียวกันภายใต้กรอบกฎหมาย และขับเคลื่อนโครงการศาลยุติธรรมเพื่อประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อลดช่องว่างทางกฎหมายตามแนวทางนโยบายของนายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา “คุณธรรมนำทาง สร้างศรัทธา พัฒนาคุณภาพ”
โดยที่ผ่านมามีทั้งโครงการและการพัฒนาระบบงานต่างๆ อาทิ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ดำเนินคดีด้วยตนเองแบบ one stop service ของศาลแพ่ง ศูนย์บูรณการฟื้นฟูการศึกษาและอาชีพเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเยาวชนเชิงรุกของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครพนม กิจกรรม “Café de Labour ชมสวนสวย จิบกาแฟ แชร์กฎหมาย” ของศาลแรงงานภาค 5 ที่เชิญชวนประชาชน นายจ้าง ลูกจ้าง ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และรับคำแนะนำเรื่องกฎหมายแรงงาน
จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง การจัดพื้นที่ของศาลจังหวัดเชียงรายสำหรับประสานความช่วยเหลือด้านภาษา ล่ามแปลภาษา รวมถึงการให้คำแนะนำทุกขั้นตอนและให้ข้อมูลกฎหมายที่เข้าใจง่าย ภายใต้ชื่อ “ฮ่อมใจต่างวัฒนธรรม” การพัฒนาระบบติดตามสถานะคดีแพ่งและคดีผู้บริโภค ที่เรียกว่า “คันฉ่อง Know Your Cases” บนระบบบริการออนไลน์ (CIOS) การร่วมลงนาม MOU ทั้งเรื่องการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้วยวิถีอิสลามของสำนักงานศาลยุติธรรมและสำนักจุฬาราชมนตรี และเรื่องการรับ-ส่งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารในการบังคับคดีแพ่ง-มาตรการบังคับทางปกครอง โทษปรับในคดีอาญาและค่าปรับเป็นพินัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานศาลยุติธรรมกับกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 13 แห่ง เป็นต้น

