หน้าแรกการเมืองศาลสั่งประหาร 2 ผู้ก่อเหตุบึ้มศาลท้าวมหาพรหม! ปิดตำนานคดีสะเทือนขวัญราชประสงค์ คร่า 20 ศพ เจ็บนับร้อย

ศาลสั่งประหาร 2 ผู้ก่อเหตุบึ้มศาลท้าวมหาพรหม! ปิดตำนานคดีสะเทือนขวัญราชประสงค์ คร่า 20 ศพ เจ็บนับร้อย

ศาลฯ พิพากษาเด็ดขาด “อาเด็ม คาราดั๊ก – ยูซูฟู ไมไรลี” มีความผิดฐานก่อการร้าย วางระเบิดแยกราชประสงค์ปี 2558 ชี้พยานหลักฐานแน่นหนา ทั้งวงจรปิด พยานบุคคล และวัตถุพยานมัดตัวแน่น

เมื่ออวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ในคดีหมายเลขดำ อ.2424/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายบิลาล โมฮำเหม็ด หรือ บิลาล เติร์ก หรือ อาเด็ม คาราดั๊ก จำเลยที่ 1 และ นายไมไรลี ยูซูฟู จำเลยที่ 2 พร้อมพวกรวม 2 คน ในคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เหตุสะเทือนขวัญเมื่อปี 2558

คดีนี้เดิมอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหารกรุงเทพ ก่อนถูกโอนมาพิจารณาที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ภายหลัง

ศาลชี้ร่วมกันประกอบระเบิด-วางแผนสังหารหมู่ คำพิพากษาระบุว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดทำและครอบครองวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง รวมทั้งสารเคมีและยุทธภัณฑ์ที่ใช้ประกอบระเบิดโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำระเบิดไปวางที่บริเวณ ท่าเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส แต่ระเบิดไม่ทำงาน จึงไม่เกิดความเสียหาย

ต่อมาวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ได้มีการนำระเบิดอีกชุดหนึ่งไปวางไว้บริเวณ ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ก่อนเกิดระเบิดขึ้นกลางย่านธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานครส่งผลให้เสียชีวิต 20 ราย บาดเจ็บสาหัส 43 ราย บาดเจ็บอีก 126 ราย ทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานรัฐเสียหายจำนวนมาก

กล้องวงจรปิด-พยานบุคคล มัดตัวแน่นศาลวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ตลอดสายโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดเส้นทางการเดินทางของผู้ต้องหาพยานแท็กซี่และรถสามล้อรับจ้างการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือ การตรวจค้นห้องพักที่พบสารเคมีและอุปกรณ์ทำระเบิด รอยนิ้วมือแฝงและวัตถุพยาน

ทั้งหมดเชื่อมโยงถึงจำเลยทั้งสองอย่างชัดเจนศาลเห็นว่าพยานหลักฐานไม่มีเหตุให้เชื่อว่าถูกจัดทำขึ้นเพื่อกลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายจำเลย ยกประโยชน์แห่งความสงสัยบางข้อหา แต่ผิดฐานสำคัญครบแม้ศาลจะยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยในบางข้อหาที่เกี่ยวกับการนำระเบิดไปวางไว้บริเวณท่าเรือเจ้าพระยาปริ๊นเซส เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ แต่ในข้อหาหลักเกี่ยวกับการวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม ศาลเห็นว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอจนปราศจากข้อสงสัย

ศาลพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่า ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดเป็นอันตรายแก่ประชาชน ร่วมกันครอบครองวัตถุระเบิดโดยผิดกฎหมายครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต “จึงลงโทษ ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง”

นอกจากนี้ยังลงโทษจำคุกในความผิดอื่นตามกฎหมายอาวุธปืน วัตถุระเบิด และกฎหมายคนเข้าเมือง แต่เมื่อมีโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว จึงให้บังคับโทษประหารชีวิตเป็นหลัก พร้อมสั่งให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐและผู้เสียหายหลายรายการ

สำหรับคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหมเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย สร้างความสูญเสียแก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างมหาศาล และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ หลังการต่อสู้คดียาวนานกว่า 10 ปี ในที่สุดศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องหาหลักทั้งสองราย ถือเป็นบทสรุปสำคัญของคดีสะเทือนขวัญที่สังคมไทยเฝ้าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง

ติดตามคำพิพากษาเต็มได้ที่ https://drive.google.com/file/d/1vDrAZXQpelfUONEOvhANfFp0z5WiVEnv/view?usp=sharing

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img