หน้าแรกบทความปมโกงต้นเหตุความชุ่ยทำคนตาย คาดเหตุ 37 ศพโรงเบียร์ฯอาจเกิดซ้ำรอย   

ปมโกงต้นเหตุความชุ่ยทำคนตาย คาดเหตุ 37 ศพโรงเบียร์ฯอาจเกิดซ้ำรอย   

ถ้าจับความเคลื่อนไหวในสื่อโซเชียล รวมถึงวงสนทนาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน กลุ่มญาติ  กลุ่มพนักงานบริษัท รวมถึงกลุ่มข้าราชการ นักการเมือง จะต้องยกหัวข้อทุจริตในวงการต่างมาวิพากษ์วิจารณ์  เพราะเกิดขึ้นทุกวงการ จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

                          ซึ่งผลพวงจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่รับเงินจากบริษัทเอกชน เมื่อจ่ายเงินไปแล้วบริษัทเอกชนจะต้องประหยัดรายจ่ายเพื่อไม่ให้ขาดทุน จนเกิดวัฒนธรรมความชุ่ยอันเป็นต้นเหตุทำให้คนไทยสังเวยชีวิตแบบรายวันหรือตายก่อนเวลาอันควร

                       ล่าสุด นายวัยย์ธยา หรือแอ๊น นักร้องเพลงเพื่อชีวิตภาคใต้ขี่รถจักรยายนต์ตกหลุมก่อสร้างวางท่อระบายน้ำบนถนน หมู่ที่ 8 ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ สงขลา เสียชีวิต ญาติบอกว่าจุดนี้เกิดเหตุมาแล้วแต่ผู้รับเหมางานก่อสร้างไม่นำแผ่นเหล็กมาวางผิดหลุมให้เรียบร้อยและบริเวณเกิดเหตุไม่มีไฟส่องสว่างหรือสัญญาณไฟเตือน

                         จึงสะท้อนได้ว่าถ้าเจ้าหน้าที่รัฐเข้มงวดให้ผู้รับเหมาฯดำเนินการตามระบบความปลอดภัยเต็มสูบ นายวัยย์ธยา จะไม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งบนถนนที่มีการก่อสร้าง เพราะเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมีม่านสี่ม่วงหรือสีเทาบังตา

                    ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มีผู้เสียชีวิต 37 ศพ บาดเจ็บจำนวนมาก เหตุแห่งความตายและบาดเจ็บมาจากอาคารสร้างผิดแบบ ขออนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร กลับเปิดเป็นสถานบริการหรือสถานบันเทิง ที่ระเบียบการก่อสร้างกำหนดสเป็กไว้สูงกว่าร้านอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดร้ายแรง
                  หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าสร้างผิดสเปกหลายจุด ทั้งอุปกรณ์ภายใน เส้นทางหนีไฟ รวมถึงมีการร้องเรียนว่าเปิดเกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนดตำรวจตั้งทีมสอบสวนสางคดี มุ่งเอาผิดกับเจ้าของร้านเป็นหลัก ขณะที่เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร(กทม.)ที่เกี่ยวข้อง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. สั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมย้ายผู้อำนวยการเขตจตุจักรไปช่วยราชการสำนักปลัดกทม.ผลดำเนินการทั้งสองกรณีค่อนข้างล่าช้า ส่วนตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งออกใบอนุญาตและควบคุมเวลาเปิดปิดกลับไร้ความเคลื่อนไหว

                  จากโศกนาฏกรรม 37 ศพ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นายชัชชาติ สั่งให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต ส่งทีมงานสำรวจสถานบันเทิงทั่วกทม.ระหว่างวันที่ 19-26 กรกฎาคม ข้อมูลของกทม.ระบุว่ามีสถานบริการทั้งหมด 1,204 แห่ง ตรวจสอบไปแล้ว 865 แห่ง

               พบผู้ประกอบการแบ่ง ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก 1.กลุ่มผู้ผ่านหลักเกณฑ์ 168 แห่ง มีใบอนุญาตถูกต้องและผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินด้านความปลอดภัย กลุ่มที่ 2.กลุ่มที่ต้องปรับปรุงแก้ไข 618 แห่ง แบ่งเป็นกลุ่มมีใบอนุญาต แต่พบบกพร่องเล็กน้อย จึงออกแบบตรวจแนะนำให้แก้ไข 570 แห่ง และกลุ่มมีใบอนุญาต เคยแจ้งเตือนแล้ว แต่ยังไม่ปรับปรุงภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงออกคำสั่งให้แก้ไข 48 แห่ง

                กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ถูกสั่งหยุดดำเนินการ 79 แห่ง แบ่งเป็นสั่งหยุดกิจการแสดงดนตรี 19 แห่ง เนื่องจากขาดใบอนุญาตประกอบกิจการดนตรี และสั่งปิดร้านชั่วคราว 60 แห่ง เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ  .
              ถ้ามองอย่างวิเคราะห์ในกลุ่มที่ 2 และ 3 อนุมานได้ว่าทั้งเจ้าหน้าที่กทม.และตำรวจท้องที่ ต้องบกพร่องในหน้าที่ ฐานปล่อยสถานบริการประกอบกิจการทั้งที่ผิดกฎหมาย และที่ผิดชัดเจน 60 แห่งไม่มีใบอนุญาตประกอบการ ทั้งเจ้าหน้าที่กทม.และตำรวจต้องผิดแบบเต็มๆ เพราะต่างทราบกันดีกว่าก่อนที่จะเปิดสถานบริการต้องออกแบบก่อสร้างส่งสำนักงานเขตอนุญาต สร้างเสร็จเจ้าหน้าที่โยธาเขตต้องตรวจซ้ำ และต้องขออนุญาตประกอบการจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล แต่ทั้ง 60 แห่งประกอบธุรกิจอย่างหน้าตาเฉย  

                  ดังนั้นทั้งเจ้าหน้าที่เขตและตำรวจท้องที่ คงปฏิเสธลำบากว่าไม่ได้รับสินบนจากผู้ประกอบการทั้ง 60 แห่ง และเท่าที่ติดตามข่าวยังไม่พบว่าทางผู้บริหารกทม.และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งให้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่เลย

                     ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเมื่อตรวจพบว่
าสถานบริการ มีการก่อสร้างไม่ถูกต้อง ไม่มีใบอนุญาต นอกจากสั่งแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อดำเนินธุรกิจได้ จะต้องสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย ไม่ใช่ปล่อยผ่านโดยไร้ความผิด

                     ถ้าไม่มีการสั่งสอบสวนเพื่อเอาผิดคงพอนุมานได้ว่าส่วยจากสถานบริการที่ผิดระเบียบหรือผิดกฎหมายเหล่านั้นในส่วนกทม.คงส่งต่อหรือแจกจ่ายจากระดับเขตไปถึงผู้บริหารระดับสูงของกทม. ส่วนตำรวจส่งต่อจากโรงพักถึงกองบังคับการและกองบัญชาการ

                ดังนั้นเพื่อพิสูจน์ข้อครหาว่ารับส่วยจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงไม่มีอยู่จริง ผู้บริหารกทม.และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต้องตั้งกรรมสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วนำผู้กระทำลงโทษทั้งทางวินัยและอาญา
               แต่ถ้าไม่สามารถเอาผิดใครได้เท่ากับตอกย้ำว่าส่วยมีจริง เชื่อว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยแบบโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่สังเวยไป  37 ศพ อย่างแน่นอน !!!


 

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img