ถอดรหัส “โลตัส โก เฟรช” ทยอยปิดตัว เกมตัดตอนสาขา ภาระหนี้แสนล้าน สู่คำถามการจัดสรรงบของบอร์ดบริหาร

โลตัส โก เฟรช

“โลตัส โก เฟรช (Lotus’s go fresh)” และอดีตสาขาเอ็กซ์เพรสที่ทยอยปิดตัวเงียบในหลายชุมชน กำลังเป็นจุดสนใจของแวดวงตลาดทุน หลังการจัดโครงสร้างธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งเข้าสู่ บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า (CPAXT)

ย้อนไปปลายปี 2563 เครือซีพีทุ่มเม็ดเงิน 10,576 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.38 แสนล้านบาท) ซื้อคืนเทสโก้ โลตัส ผ่าน 3 ขาธุรกิจ ก่อนตั้งเป้าปรับโฉมสาขาเอ็กซ์เพรสกว่า 1,600 แห่ง สู่ “Go Fresh” ภายใน 2 ปี เพื่อเจาะตลาดอาหารสดและหนุนยอดขายเอสเอ็มอีตามเงื่อนไข คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ทว่าแรงกดดันจากกำลังซื้อที่หดตัว และการเสียส่วนแบ่งให้ตลาดสดชุมชนจากโครงการ “คนละครึ่ง” ส่งผลให้รายได้ชะลอตัวลงอย่างหนัก

ปัจจัยชี้ขาดหนีไม่พ้น ภาระหนี้สินระดับแสนล้านบาทหลังการควบรวม นักวิเคราะห์ประเมินว่ากลุ่มบริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่ายและต้นทุนทางการเงินสูงถึงปีละหลายพันล้านบาท ทำให้งบลงทุน (CAPEX) หน้าร้านถูกจำกัด เมื่อการลงระบบตู้แช่ความเย็นใหม่มีต้นทุนสูง ฝ่ายบริหารจึงเลือกวิธีตัดตอน สั่งปิดสาขาที่ผลงานต่ำกว่าเกณฑ์หรือทับซ้อนทำเลทันทีเพื่อหยุดภาวะขาดทุน ผลกระทบจึงตกตรงสู่พนักงานระดับปฏิบัติการที่ต้องเผชิญภาวะตกงานหรือจำใจลาออกจากการโยกย้าย

การตัดสินใจดังกล่าวจุดชนวนคำถามสำคัญถึงความรับผิดชอบเชิงกลยุทธ์ของคณะกรรมการบริษัท ว่าแผนเปลี่ยนผ่านสาขาจำนวนมากในกรอบเวลาสั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานใด เหตุใดจึงลงเอยด้วยการตัดตอนฉับพลันและผลักภาระความไม่แน่นอนให้แรงงานหน้าร้านรับกรรม ขณะเดียวกัน ยังเกิดข้อกังขาเรื่องการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) ว่าเหตุใดกลุ่มธุรกิจที่มีกระแสเงินสดหลักแสนล้านจึงเลือกตัดงบหน้าร้าน แต่กลับมีสภาพคล่องไปผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และการร่วมทุนในโมเดลเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ริเริ่มขึ้นในวงจำกัดของบอร์ดบริหาร

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องความโปร่งใสและผลประโยชน์ทับซ้อน ว่าการเร่งโมเดล Go Fresh มีขึ้นเพื่อเปิดทางระบายสินค้าเกษตร-อาหารสดของกลุ่มทุนต้นน้ำในเครือเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่ ตลอดจนความคุ้มค่าและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากงบที่ปรึกษาและสัญญาจัดซื้อจัดจ้างระบบดิจิทัลระดับบน

จุดจบของแต่ละสาขาที่ปิดตัวลง จึงเป็นบทพิสูจน์มาตรฐานการกำกับดูแลกิจการครั้งสำคัญของ CPAXT ว่าทิศทางการเดินเงินนับแสนล้านในมือ ได้ถูกจัดวางเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจค้าปลีกจริง หรือเป็นเพียงการดึงสภาพคล่องหน้าร้านไปต่อยอดเมกะโปรเจกต์เทคโนโลยีเพื่อเป้าหมายเฉพาะกลุ่มของผู้บริหารระดับสูง