“โสภณ” ย้ำขยาย “Smart Mom” ทั่วประเทศ แก้แม่ท้องใช้ยาเสพติด-ลดคลอดก่อนกำหนด แนะ สธ.เปลี่ยนวิธีคิด ต้องสร้างศรัทธาเพื่อดึง ปชช. สนับสนุน

11

โรงพยาบาลคูเมือง บุรีรัมย์, วันที่ 4 ส.ค. – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการ Smart Mom บูรณาการ ‘มหัศจรรย์ 1,000 วัน’ ด้วยรักศรัทธา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดยกรมอนามัย ร่วมกับกรมสุขภาพจิต สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สธจ.) บุรีรัมย์ หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อขยายผลความสำเร็จจาก อ.ลำปลายมาศ สู่ 6 อำเภอนำร่องของจังหวัดบุรีรัมย์ คือ อ.ลำปลายมาศ อ.คูเมือง อ.หนองหงส์ อ.พุทไธสง อ.นาโพธิ์ และ อ.บ้านใหม่ไชยพจน์

ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากทั้ง 6 อำเภอนำร่อง บูธจากกรมอนามัย และกรมสุขภาพจิต ในการถ่ายทอดแนวทางการดูแลแม่และเด็กในทุกช่วงวัย พร้อมเชื่อมโยงการป้องกันปัญหายาเสพติดตั้งแต่ในครรภ์ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันดูแลสุขภาพ คุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ สภาพเศรษฐกิจ และป้องกันปัญหายาเสพติดที่อาจส่งผลกระทบต่อแม่และทารกในครรภ์อย่างเป็นรูปธรรม

โดยมี นายศักดิ์ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย นายสมบูรณ์ สุธีระกุล รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมกรมอนามัย นายแพทย์วิฑิต สฤษฎีชัยกุล ผู้ตรวจราชการ สธ. นายแพทย์ยุทธนา สุริยะ สธจ.บุรีรัมย์ นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บุคลากรด้านสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าร่วม นอกจากนี้นายรัฐพล ซารัมย์ ประธานมูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ ร่วมมอบเงินสนับสนุนโครงการ Smart Mom และนายปรีชา ศรีบุญ นายก อบต.พรสำราญ ร่วมบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาท ให้แก่ศูนย์มินิธัญญารักษ์ รพ.คูเมือง เพื่อใช้ในการดำเนินงานด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบปัญหาสำคัญคือ อัตราการคลอดก่อนกำหนดในปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 10.14 ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมาย โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากการใช้สารเสพติด โดยเฉพาะสารแอมเฟตามีนในหญิงตั้งครรภ์ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อมารดาและทารก เช่น รกลอกตัวก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ ตกเลือดหลังคลอด รวมถึงทารกอาจมีอาการถอนยาแรกเกิด (NAS) ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และเสี่ยงต่อปัญหาพัฒนาการของสมอง ระบบประสาท ระบบทางเดินอาหาร และระบบหายใจ

นายโสภณ กล่าวว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต หากเด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตั้งแต่ก่อนคลอด ระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด ย่อมเป็นรากฐานสำคัญ ขณะเดียวกันพบว่าปัญหาการใช้สารเสพติดในหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด ถือเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง เพราะไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อสุขภาพของมารดา และทารกเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสถาบันครอบครัว ชุมชน และคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ของประเทศในระยะยาว การแก้ไขปัญหานี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างระบบการดูแลที่เข้มแข็ง ตั้งแต่การป้องกัน การค้นหา การบำบัด การฟื้นฟู และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยมีครอบครัว และชุมชนเป็นฐานสำคัญ

นายโสภณ กล่าวว่า ในเดือนกันยายนนี้ จะมีการจัดคิกออฟโครงการ Smart Mom บูรณาการ ‘มหัศจรรย์ 1,000 วัน ด้วยรักศรัทธา’ ขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการขยายผลโครงการนี้ ที่จัดขึ้นในพื้นที่ 6 อำเภอของ จ.บุรีรัมย์ ที่เป็นโครงการเล็กๆ โดยจะทำอย่างไรให้เรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด และสมาร์ทมัม ให้เป็นเรื่องในระดับประเทศได้ ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องทำงานร่วมกัน ตนในฐานะประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร การแก้ไขปัญหาของประเทศ คือหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ สภาก็เป็นหน่วยงานรัฐ ฉะนั้นถ้างบประมาณใดที่มีอยู่ ถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน นั่นคือการแก้ไขปัญหาประเทศ อย่าไปบอกว่าตนเองขยันไม่ตรงปก เพราะนี่คือการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

นายโสภณ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขอาจจะมีงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และเรื่องวิกฤตของงบประมาณ แต่โรงพยาบาลที่บุรีรัมย์ ใน 6 อำเภอ สามารถบริหารจัดการได้ แม้มีโรงพยาบาลบางแห่งเรียกร้องงบประมาณ ซึ่งในภาวะที่ประเทศเผชิญวิกฤต โรงพยาบาลก็ต้องบริหารจัดการให้ดีด้วย ทุกฝ่ายเข้าใจว่างบประมาณมีจำกัด จึงต้องหาวิธีว่าจะใช้งบประมาณได้แม่นยำอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญจะส่งเสริมให้หน่วยงานอื่นมาร่วมอย่างไร อย่างเช่นโครงการที่ รพ.คูเมือง มีหลายหน่วยงานมาร่วม และ โรงพยาบาลเองก็ไปร่วมกับอีกหลายโครงการ

“หากเจ้าหน้าที่ตั้งใจทำงาน ประชาชนเขาจะสนับสนุนเอง เพราะถ้าประชาชนเชื่อมั่นในคุณภาพ ก็มารับการรักษา ฉะนั้นถ้าโรงพยาบาลบางแห่ง ที่กำลังเรียกร้องเรื่องงบประมาณกันอยู่ เราก็ต้องไปดูตัวเลขว่า งบประมาณได้เท่าไหร่ แล้วคนไข้ได้เท่าไหร่ คือในระบบบัตรทอง ถ้าไม่มีคนไข้มันขาดทุน ทำไมไม่มีคนไข้เพราะเขาไม่เชื่อมั่นในตัวคุณ ดังนั้นการปรับคุณภาพการรักษา มันก็ต้องทำควบคู่กันด้วย ถ้าประชาชนเขาไม่มั่นใจเขาก็ไปรักษาโรงพยาบาลอื่น เงินก็ตามไปจ่ายโรงพยาบาลอื่น โรงพยาบาลที่มีปัญหามันก็มีปัญหาอยู่แบบนี้” ประธานรัฐสภากล่าว

นายโสภณ ย้ำว่า อยากให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ได้ดูเป็นตัวอย่าง ไม่เฉพาะแค่การบริหารได้ แต่ยังเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่น และขอให้คนใน สธ. ได้ร่วมแรงกายใจกัน ฟันฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เฉพาะ สธ. ที่ได้งบประมาณน้อย กระทรวงอื่นก็ได้งบประมาณน้อยเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันประชาชนก็จะต้องร่วมมือด้วย ถ้าจะให้ประชาชนร่วมมือผู้บริหารจะต้องสร้างศรัทธาของหน่วยงานตนเองให้ได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่อยากเห็นก็คือคนใน สธ. เปลี่ยนวิธีคิด ประชาชนเปลี่ยนวิธีคิด เพราะโรงพยาบาลไม่ใช่ของหมอไม่ใช่ของผู้อำนวยการ แต่เป็นของประชานทุกคน จึงต้องทำงานให้สอดคล้องกัน ถ้าจะให้ประชาชนสนับสนุนหน่วยงานก็จะต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รักษาไม่หายไม่เป็นไร เพราะว่ามนุษย์พอถึงเวลาก็ย่อมเป็นไปตามวาระ แต่ว่าคำพูดคำจา อัธยาศัยไมตรีก็จะต้องมี ฉะนั้นต้องเป็นยุคที่จะต้องเปลี่ยนวิธีคิดในภาวะวิกฤตของประเทศ นี่คือความคาดหวังของตน