สส.บุญรวี ยมจินดา แถลงขอความเป็นธรรมปมล็อตเตอรี่ 6 ล้าน ใครคือเจ้าของตัวจริง ติดเงื่อนกฎหมายซื้อเกินราคา
วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายบุญรวี ยมจินดา รองประธานคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค คนที่สี่ แถลงข่าวกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท ว่าเป็นเรื่องที่สังคมยังคงให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้มีสิทธิได้รับรางวัลที่แท้จริง และยังไม่มีข้อยุติที่ชัดเจนในทางคดี ขณะเดียวกันได้มีการตั้งข้อสังเกตจากสาธารณชนว่า กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายลักษณะของ “หวยทิพย์” หรือไม่ ซึ่งยังคงต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรมต่อไป ในฐานะรองประธานคณะ กมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องดังกล่าวเนื่องจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบประสงค์ขอความเป็นธรรม โดยเมื่อไม่สามารถหาข้อยุติหรือความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ จึงหันมาพึ่งพา สส. เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและสะท้อนปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากการติดตามข้อมูลพบว่า ผู้ร้องเรียนคือ นางสายัณห์ ดอกไม้ อายุ 54 ปี ชาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ซึ่งตามข้อมูลที่ปรากฏในสื่อมวลชนระบุว่าเป็นผู้ครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 หมายเลข 173770 โดยได้ซื้อสลากจำนวน 3 ใบ ได้แก่ เลขท้าย 15 73 และ 70 ซึ่งสลากที่ถูกรางวัลคือเลขท้าย 70
ภายหลังการประกาศผลรางวัลเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ผู้ร้องเรียนนำสลากทั้ง 3 ใบ ไปให้เพื่อนบ้านช่วยตรวจสอบ โดยเพื่อนบ้านได้ใช้โทรศัพท์มือถือสแกนสลาก ผลปรากฏว่าสลาก 2 ใบแรกไม่ถูกรางวัล ขณะที่สลากเลขท้าย 70 แสดงผลว่าถูกรางวัลที่ 1 ต่อมาเพื่อนบ้านได้ขอเก็บสลากดังกล่าวไว้ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ร้องเรียนขอรับสลากคืนในวันถัดมา กลับได้รับแจ้งว่ามีการตรวจสอบใหม่และพบว่าไม่ถูกรางวัล พร้อมทั้งระบุว่าได้ทิ้งสลากดังกล่าวไปแล้ว จนนำไปสู่ข้อพิพาทและมีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสวรรคโลก
ทั้งนี้ แม้จะมีความเห็นใจผู้ร้องเรียนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากประกอบอาชีพเก็บผักบุ้งจำหน่ายและมีรายได้ไม่มาก แต่ประเด็นสำคัญของเรื่องดังกล่าวอยู่ที่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนดราคาจำหน่ายไว้ใบละ 80 บาท ขณะที่ผู้ร้องเรียนระบุว่าได้ซื้อสลากในราคาใบละ 100 บาท ซึ่งเป็นการซื้อขายเกินราคาที่กฎหมายกำหนด อันอาจมีผลต่อการพิจารณาสิทธิและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในบางประการ
นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรา 39 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบในการวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคดี ในฐสนะ สส. และฝ่ายนิติบัญญัติ จึงมีความเห็นไม่รับคำร้องของผู้ร้องไว้ดำเนินการ แม้จะมีความประสงค์ที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ แต่การดำเนินการใด ๆ จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากหากรับดำเนินการในลักษณะที่อาจถูกตีความว่าเป็นการสนับสนุนการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ย่อมอาจส่งผลกระทบต่อหลักจริยธรรมและความเหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สามารถดำเนินการได้คือ การสะท้อนข้อเท็จจริงและข้อกังวลของประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ชี้แจงถึงมาตรการควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล เนื่องจากแม้ต้นทุนสลากจะอยู่ที่ประมาณ 70.40 บาทต่อฉบับ แต่ราคาจำหน่ายจริงในท้องตลาดกลับสูงถึง 100 – 120 บาทต่อฉบับ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในระบบการจัดสรรและการกำกับดูแลที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
สำหรับผลของคดีดังกล่าว จะต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยขึ้นอยู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน รวมถึงดุลพินิจและความเห็นของพนักงานอัยการในลำดับต่อไป ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า แม้จะมีความเห็นใจผู้ร้องเรียนเพียงใด แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือในประเด็นทางคดีได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันกับประชาชนรายอื่นในอนาคต
ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมภายใต้กระบวนการยุติธรรม และขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและสังคมส่วนรวมต่อไป

