หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมฝ่ายปกครอง-ตำรวจบุก 4 รีสอร์ตเถื่อนกลางชุมชนต่างชาติ เกาะพะงัน อายัดเอกสารสาวถึงเส้นเงิน-ถือครองที่ดิน ส่อใช้คนไทยบังหน้าเลี่ยงกฎหมาย

ฝ่ายปกครอง-ตำรวจบุก 4 รีสอร์ตเถื่อนกลางชุมชนต่างชาติ เกาะพะงัน อายัดเอกสารสาวถึงเส้นเงิน-ถือครองที่ดิน ส่อใช้คนไทยบังหน้าเลี่ยงกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ปฏิบัติการกวาดล้าง “ทุนนอมินีต่างชาติ” บนเกาะพะงันยังเดินหน้าร้อนระอุ ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.69 กรมการปกครอง สนธิกำลังตำรวจ สภ.เกาะพะงัน และตรวจคนเข้าเมือง เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจค้นรีสอร์ต-โรงแรมเป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่บ้านอ่าวศรีธนู ต.เกาะพะงัน ซึ่งถูกจับตาเป็นแหล่งรวมชาวต่างชาติและเครือข่ายทุนสีเทาแฝงตัวทำธุรกิจท่องเที่ยว

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นายไพศิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน ร่วมกับ พ.ต.อ.อภิชาติ จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน และ ตม.สุราษฎร์ธานี หลังชุดสืบสวนวางแผนล่อซื้อเข้าพัก ก่อนขยายผลบุกค้นรีสอร์ตต้องสงสัยที่เปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาต

จุดแรก “Zama Resort” พื้นที่หมู่ 8 พบดำเนินกิจการในนามบริษัท ฮอนอส เมเนจเม้นท์ จำกัด มีชาวสวิสเซอร์แลนด์ร่วมถือหุ้นกับคนไทย เปิดให้บริการห้องพักถึง 23 ห้อง เจ้าหน้าที่จับกุมนางณัชชา แมนซิล ดำเนินคดีฐานประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

จุดที่สอง “Sritanu Residences Resort” ดำเนินการโดยบริษัท มุฑิตา เกาะพะงัน จำกัด พบชาวสโลวีเนียร่วมถือหุ้นกับคนไทย แต่ไหวตัวทัน ปิดรีสอร์ตก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพียงไม่นาน

จุดที่สาม “Haad Chao Phao Resort” พบชาวกรีซร่วมถือหุ้นกับคนไทย เปิดบริการ 8 ห้องพัก เจ้าหน้าที่จับกุมนายภาคภูมิ จุลศักดิ์ ขาว ดำเนินคดีฐานเปิดโรงแรมเถื่อน พร้อมจับแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา 2 ราย ฐานทำงานผิดเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ส่วนจุดสุดท้าย “Samma Karuna Beach & Wellness Resort” ดำเนินการโดยบริษัท สัมมา กรุณา จำกัด มีชาวอุรุกวัยร่วมถือหุ้นกับคนไทย เปิดบริการ 12 ห้องพัก โดยนายคอนสแตนตีโน วอน แคมโนโพเลส โพลิทิส ชาวอุรุกวัย รับเป็นเจ้าของกิจการ ก่อนถูกแจ้งข้อหาประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 3 ราย พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังอายัดเอกสารทางบัญชี รายชื่อผู้ถือหุ้น และเอกสารการเงินของหลายบริษัท หลังพบโครงสร้างผู้ถือหุ้นต้องสงสัยเข้าข่าย “นอมินี” ใช้คนไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่อ่าวศรีธนูถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นจุดตั้งของศาสนสถานศาสนายูดาย และเป็นชุมชนที่มีชาวอิสราเอลอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจมีการถือครองที่ดินและดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวผ่านโครงสร้างอำพราง แต่จากการเข้าตรวจค้นกลับพบว่าเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติสัญชาติอื่น ทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มชาวอิสราเอลในพื้นที่อาจใช้วิธีเช่าบ้านพักหรือวิลล่าเพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม

ขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน การถือครองที่ดิน และความเชื่อมโยงของเครือข่ายทุนต่างชาติบนเกาะพะงันอย่างละเอียด ท่ามกลางกระแสจับตาว่าอาจมี “ขบวนการนอมินีข้ามชาติ” ฝังรากลึกในธุรกิจท่องเที่ยวไทยมานานหลายปีแล้ว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img