หน้าแรกกระบวนการยุติธรรม“รองเต่า” ลุยสอบเอง! แฉปลัดภูเก็ตรับ 9 แสน อ้างวิ่งสอบท้องถิ่น

“รองเต่า” ลุยสอบเอง! แฉปลัดภูเก็ตรับ 9 แสน อ้างวิ่งสอบท้องถิ่น

“รองเต่าลุยสอบปลัดภูเก็ต ด้วยตัวเอง เบื้องหลังคดีมีเหยื่อ 3 รายร้องเอาผิด หลังจ่ายคนละ 3 แสน ช่วยสอบเข้ารับราชการ อ้างรู้จักผู้ใหญ่ แต่ผลสอบไม่ผ่าน ภายหลังมีการโอนเงินคืน เหยื่อหวั่นเป็นเงินจากคนอื่น จึงเข้าแจ้งความ”


วันที่ 27 มิ.ย.พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. เดินทางมาสอบปากคำนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ด้วยตัวเอง ที่สภ. เมืองสงขลา ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าทางคดีว่า เรื่องนี้เป็นคดีค้างเก่า หรือเชื่อมโยงกับคดีโกงข้อสอบในตอนนี้อย่างไรบ้าง โดยพล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่าตอนนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ขอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน เดี๋ยวจะมีการแถลงข่าวเร็วๆนี้


ส่วนการสอบปากคำมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ก็เป็นการสอบถามอะไรเล็กๆน้อยๆ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ให้ข้อมูลอะไร ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะขยายผลเพิ่มเติมต่อไป
ทั้งนี้มีรายงานว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปปป.รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญา กรณีเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ผู้กล่าวหารวม 3 คน ส่วนผู้ต้องหาคือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต


จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับนายรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่นายรุ่งเรือง เป็นนายอำเภออยู่ที่อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยผู้เสียหายเคยสมัครสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ต่อมาเมื่อเดือนมี.ค. 2568 ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เดินทางไปพบนายรุ่งเรืองที่บ้านพักใน จ.สงขลา เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น นายรุ่งเรืองอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบติดได้ เนื่องจากรู้จักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3 แสนบาท รวมเป็นเงิน 9 แสนบาท
หลังจากรวบรวมเงินได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้กล่าวหาได้นำเงินสดจำนวน 9 แสนบาท บรรจุในถุงกระดาษส่งมอบผ่านบุคคลใกล้ชิดของนายรุ่งเรือง ที่บ้านเจาะวา อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ทราบด้วยว่า ผู้เสียหายนั้นสมัครสอบในตำแหน่งนักวิชาการจัดเก็บรายได้


ต่อมาเมื่อประกาศผลกลับไม่พบรายชื่อผู้สอบผ่าน ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามนายรุ่งเรืองผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งได้รับคำตอบว่า “ทราบแล้ว ให้รอสอบครั้งหน้าอีก” พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ กระทั่งได้รับแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้าบัญชี


ภายหลังผู้เสียหายทราบว่านายรุ่งเรืองมีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากบุคคลอื่นลักษณะเดียวกัน จึงเกรงว่าเงินที่ได้รับคืนอาจเป็นเงินของผู้เสียหายรายอื่น อีกทั้งเห็นว่าการกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบบรรจุได้ไม่น่าเป็นไปได้ จึงเข้าแจ้งความ บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังพนักงานสอบสวนเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด อีกทั้งเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมนายรุ่งเรืองในพื้นที่ จ.ภูเก็ต และนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img