นครราชสีมา, วันที่ 27 มิถุนายน – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดโครงการ “สูงวัย ชวนหลานอ่าน” เพื่อดึงศักยภาพของผู้สูงอายุร่วมถ่ายทอดภูมิปัญญา องค์ความรู้ ผ่านทักษะการอ่าน การเล่านิทานให้เด็กและเยาวชนฟัง และเป็นการฝึกสมองและช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมให้กับผู้สูงอายุ พร้อมทั้งเชื่อมความสัมพันธ์เชิงบวกในครอบครัว ระหว่างผู้สูงอายุกับเด็กและเยาวชน อีกทั้งมอบชุดหนังสือนิทานให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้แก่ ผู้สูงอายุและผู้บริบาลผู้คุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ จำนวน 150 คน ที่โรงเรียนชุมพวงศึกษา ตำบลชุมพวง อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา

โดยนายนิกรยังได้มอบชุดหนังสือนิทานสำหรับธนาคารหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ รวม 5 แห่ง โดยมี นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ และ นายกิตติ อินทรกุล รองปลัด พม., นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ , นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ คณะทำงาน รมว.พม., นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนเครือข่ายท้องถิ่น เข้าร่วม
นายนิกร กล่าวว่า ประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Ageing Society) ตั้งแต่ปี 2548 โดย 1 ใน 10 ของประชากรไทยเป็นประชากรที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เนื่องจากสัดส่วนของอัตราการเกิด และจำนวนประชากรในวัยทำงานลดน้อยลง ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้อายุเฉลี่ยของประชากรไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2569 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ จำนวน 14.33 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 22.14 ของประชากรทั้งหมด และ เฉพาะนครราชสีมา มีผู้สูงอายุจำนวน 583,466 คน ในขณะที่ปัจจุบันผู้สูงอายุในประเทศไทยเริ่มมีภาวะสมองเสื่อมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถป้องกันได้ ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพบปะพูดคุยกับผู้อื่นบ่อยๆ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การฝึกฝนสมองด้วยวิธีการคิด การทำกิจกรรมพัฒนาศักยภาพในมิติต่างๆ รวมทั้งการตรวจสุขภาพประจำปี

นายนิกร กล่าวว่า สำหรับโครงการ “สูงวัย ชวนหลานอ่าน” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่สามารถช่วยส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ ได้ฝึกทักษะการอ่าน และการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการชะลอภาวะสมองเสื่อมของผู้สูงอายุ และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพและเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็น “จิตอาสาผู้ให้” ผ่านกิจกรรมการอ่านหนังสือเล่านิทาน และถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตให้กับเด็ก อีกทั้งร่วมสร้างพื้นที่แห่งความรักและความเข้าใจระหว่างผู้สูงอายุและเด็กในชุมชน อันนำไปสู่การลดช่องว่างระหว่างวัยและสร้างสังคมแห่งความกตัญญูที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

