ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เช้าวันที่ 6 เม.ย. 2569 พบค่าเฉลี่ยทั้งกรุงอยู่ในระดับปานกลาง แต่หลายเขตแตะระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ แนวโน้มฝุ่นเพิ่มขึ้น แนะประชาชนสวมหน้ากากและลดกิจกรรมกลางแจ้ง
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ประจำวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ที่ 36.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งยังไม่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. แต่ถือว่าอยู่ในระดับใกล้จุดเฝ้าระวัง โดยภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
รายงานระบุว่า พื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับแรกของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตหนองจอก 45 มคก./ลบ.ม. เขตบางขุนเทียน 44.9 มคก./ลบ.ม. เขตบางคอแหลม 44.2 มคก./ลบ.ม. เขตลาดกระบัง 43.8 มคก./ลบ.ม. เขตราชเทวี 43.5 มคก./ลบ.ม. เขตวังทองหลาง และเขตคลองเตย 42.1 มคก./ลบ.ม. เขตหลักสี่ 41.3 มคก./ลบ.ม. เขตสาทร 41 มคก./ลบ.ม. เขตประเวศ 39.5 มคก./ลบ.ม. เขตสัมพันธวงศ์ 39.2 มคก./ลบ.ม. และเขตปทุมวัน 39 มคก./ลบ.ม.
เมื่อพิจารณาภาพรวมรายพื้นที่ พบว่า กรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นอยู่ระหว่าง 34.2–41.3 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพตะวันออกอยู่ที่ 32–45 มคก./ลบ.ม. ซึ่งบางช่วงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขณะที่กรุงเทพกลางอยู่ระหว่าง 30–43.5 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพใต้ 31–44.2 มคก./ลบ.ม. กรุงธนเหนือ 32.3–38.2 มคก./ลบ.ม. และกรุงธนใต้ 31.8–44.9 มคก./ลบ.ม. โดยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับปานกลาง
ทั้งนี้ หน่วยงานประเมินว่าแนวโน้มค่าฝุ่นละอองมีโอกาสเพิ่มขึ้นในระยะนี้ จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศอยู่ระดับสีส้มซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งเมื่อออกนอกอาคาร ลดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองดวงตา
สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจรักษาโดยเร็ว

