“กรณ์” หนุนรัฐบาลส่งสัญญาณเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลาง เร่งวางแผนดูแลค่าครองชีพ-ค่าไฟประชาชน แนะ ปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ดึงพลังงานหมุนเวียนมาใช้
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง สถานการณ์ตะวันออกกลางกับการรับมือของรัฐบาลไทย โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมปัญหาด้านพลังงานและค่าครองชีพว่า รัฐบาลก็มีความเหมาะสมที่จะส่งสัญญาณเพื่อให้คนไทยทุกคนได้ตระหนักว่า สถานการณ์การสู้รบในอิหร่านมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทย และอาจยืดเยื้อ ดังนั้น ต้องมีการตื่นตัวและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ซึ่งควรส่งสัญญาณให้ประชาชนได้ตระหนักไว้ดีกว่า มีปัญหาตามมา เนื่องจากมีผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะหากสงครามยืดเยื้อประเทศไทยจะได้รับผลกระทบในทางลบมากที่สุด เพราะพึ่งพากันนำเข้าพลังงาน ในรูปแบบแก๊สและน้ำมัน ในปริมาณที่สูงมาก เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือประมาณร้อยละ 6.5 ของ GDP ของประเทศ ซึ่งประเทศไทยก็เหมือนกับประเทศในเอเชียอื่นๆ ที่แหล่งพลังงานฟอสซิลส่วนใหญ่ มาจากตอนออกกลาง ซึ่งหากในยุโรปและสหรัฐอเมริกา จะได้รับผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ไทยจะได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องของราคาและการเข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิง อาจจะซื้อแก๊สไม่ได้ หากสงครามยืดเยื้อต่อไป ทั้งนี้ จึงเห็นด้วยกับรัฐบาลที่ได้ส่งสัญญาณออกไปให้ประชาชนเตรียมตัว
ส่วนการดูแลราคาพลังงานการที่รัฐบาลมีมาตรการชั่วคราวออกมา ตรึงนำราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 15 วัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำได้และมีกลไกดูแลเรื่องนี้อยู่แล้วด้วยกองทุนน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยที่รัฐบาลได้มีการยกเลิก พรก.ค้ำประกันหนี้กองทุนน้ำมัน เพราะยังไม่ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะใช้กลไกนี้ และยังอยู่ในวินัยการเงินการคลัง แม้ว่ากองทุนน้ำมันในปัจจุบันจะติดลบ อยู่ที่วันละประมาณ 1000 ล้านบาท จากที่เคยเป็นหนี้สูงถึง 100,000 กว่าล้านบาท ตั้งแต่สมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดังนั้น กองทุนน้ำมันยังมีศักยภาพในการดูแลตัวเองอยู่ แต่หากเมื่อถึงเวลาก็ต้องพิจารณาทบทวนถึงความเหมาะสม
ส่วนเรื่องราคาสินค้าที่อาจมีผลกระทบ นายกรณ์ กล่าวว่า เมื่อต้นทุนราคาพลังงานสูงขึ้น ก็ต้องมีผลกระทบกับการขนส่งต้นทุนสำคัญในการผลิตสินค้าและจำหน่ายสินค้า นั่นคงเป็นเหตุผลที่รัฐบาลนี้และทุกรัฐบาลในอดีต พุ่งเป้าไปที่การดูแลไม่ให้น้ำมันดีเซลสูงขึ้น เพราะการขนส่งส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลทำได้ในเวลานี้ ส่วนตัวเห็นด้วยที่ทำเช่นนี้
ขณะผลกระทบราคาสินค้าในระยะยาว มองว่า เป็นอีกมิติหนึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน การอ่อนค่าของเงินบาท มีผลต่อค่าของชีพประชาชน เพราะยิ่งทำให้เงินบาทที่ต้องใช้ในการนำเข้าน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งมีโอกาสแนวโน้มที่ทำให้ไทยขาดดุลเงินบัญชีเดินสะพัดได้ อาจส่งผลให้ราคาสินค้าที่คิดเป็นเงินบาทสูงขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้มีหลายปัจจัย โดยทุกคนหวังว่า สงครามจะไม่ยืดเยื้อ การวางแผนจะพึ่งความหวังอย่างเดียวไม่ได้ ควรต้องมีแผนรองรับในทุกสถานการณ์ว่าจะดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างไร และดูแลให้มีน้ำมันใช้เพียงพออย่างไร รวมถึงค่าไฟก็เป็นอีกเรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่พูดมาตลอด คือ เรื่องการปรับโครงสร้างไฟฟ้า การใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง โดยในปัจจุบันไทยพึ่งพาการใช้แก๊สมากถึง 70% คิดเป็นครึ่งหนึ่งอย่างน้อยที่ต้องนำเข้าในรูปแบบของ LNG ส่วนหนึ่งมาจากประเทศกาตาร์ และวิ่งผ่านช่องแคบฮอร์มูซ ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้น วันนี้รัฐบาลควรจะต้องวางแผนแล้ว จะดูแลค่าไฟประชาชนอย่างไร และที่สำคัญมากกว่านั้น คือ จะปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าของรัฐอย่างไร เพื่อไม่ให้อยู่ในสถานภาพเช่นนี้ เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้าของไทยและไฟฟ้าหมุนเวียน ไทยมีจำนวนมากที่สามารถผลิตได้วันละหลักแสนเมกะวัตต์ แต่ยังต้องรอนโยบายของรัฐบาล ในการปฏิรูปโครงสร้าง และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

