“ผบช.ภ.7” ดูแลตำรวจยกครัว จัดหางานให้เด็กพิเศษลูก ตร. ทุก บช. ควรยึดเป็นโมเดลขับเคลื่อน

327

ตำรวจจัดเป็นอาชีพที่ประชาชนคาดหวังไว้สูง เกี่ยวกับการอำนวยความยุติธรรมและบริการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันตั้งแต่เกิดยันตาย

บ่อยครั้งความคาดหวังกลายเป็นความเลื่อนลอย เพราะเมื่อเข้าไปใช้บริการแล้วไม่ได้ดังหวังก็เป็นเพียงบางพื้นที่ แต่ตำรวจส่วนใหญ่จะทำหน้าที่บริการได้แบบชนิดที่เรียกว่าเป็นทุกอย่างตามที่เธอต้องการได้ ตั้งสากกะเบือยันเรือรบ​ ตำรวจจะทำหน้าที่บริการที่ดีได้ ขวัญและกำลังใจเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการเอาใจใส่ดูแลของผู้บังคับบัญชาทั้งระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ผู้บังคับการ (ผบก.) ยันหัวหน้าโรงพัก ยิ่งดูแลไปถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย เท่ากับเพิ่มขวัญกำลังใจแบบทวีคูณ

ขอยกตัวอย่าง การขับเคลื่อนโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” โดย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7) มีเป้าหมายส่งเสริมคุณภาพชีวิต การสร้างโอกาสทางอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่บุตรของตำรวจที่มีความต้องการพิเศษ (เด็กพิเศษ)

พล.ต.ท.พิสิฐ บอกถึงเป้าหมายว่า ไม่ใช่เป็นการช่วยเหลือในเชิงสวัสดิการ แต่เป็นการสร้างโอกาสให้เด็กพิเศษสามารถยืนหยัดในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี และมีคุณค่าในตนเอง ตำรวจภูธรภาค 7 ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของครอบครัวตำรวจอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และการประกอบอาชีพ

“ไม่ต้องการให้ครอบครัวใดรู้สึกโดดเดี่ยว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรเป็นเด็กพิเศษ ทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม โครงการนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมต่อภาครัฐและเอกชน สร้างพื้นที่แห่งความหวังให้เกิดขึ้นจริง” พล.ต.ท.พิสิฐ ขยายความ พร้อมระบุว่า โครงการครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน (ด้านเด็กพิเศษ) มิใช่เพียงนโยบายเชิงสัญลักษณ์ หากแต่เป็นการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติการที่จับต้องได้ และกำลังขยายผลอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อให้คำว่า “เราไม่ทิ้งกัน” กลายเป็นความจริงในชีวิตของทุกครอบครัวตำรวจ

ซึ่งโครงการนี้มีการปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว โดยบริษัท เค-เฟรช จำกัด (สาขาสวนส้ม) รับนายรัฐธรรมนูญ วงษ์สิงห์ หรือ “น้องคีย์” อายุ 21 ปี บุตร พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ วงษ์สิงห์ รอง ผกก.สส.สภ.ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าทำงานเรียบร้อยแล้ว โดยจัดสรรตำแหน่งงานและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา พร้อมกันนี้ทางบริษัทจัดพี่เลี้ยงดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

นอกจาก พล.ต.ท.พิสิฐ คอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีคุณมัณฑนา ตันประเสริฐ เป็นกำลังหลักขับเคลื่อนจนเกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยบอกถึงแนวทางการทำงานว่า ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสำรวจความต้องการของครอบครัวตำรวจ พร้อมวางแผนสนับสนุนในระยะยาว โดยเฉพาะผลักดันให้เด็กพิเศษมีทักษะอาชีพและมีงานที่เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละบุคคล

การผลักดันโครงการนี้ของ พล.ต.ท.พิสิฐ เสมือนการช่วยถอนทุกข์ให้กับตำรวจภูธรภาค 7 ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ เพราะพ่อแม่ทุกคนไม่ว่าลูกจะเกิดมามีอาการแบบไหน ย่อมต้องรักและเป็นห่วงมากกว่าชีวิตตัวเอง
ยิ่งเด็กพิเศษ พ่อแม่จะห่วงเป็นพิเศษ การเลี้ยงดูค่อนข้างลำบาก นอกจากจะดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ต้องปรึกษาหมออยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ลูกปลอดภัย และต้องมองถึงอนาคตด้วยว่าจะวางแผนอย่างไรให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เมื่อพ่อแม่จากไป

ดังนั้น สิ่งที่ พล.ต.ท.พิสิฐ ดำเนินการ เสมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว นกตัวแรกทำให้ตำรวจมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องกังวลว่าลูกที่เป็นเด็กพิเศษจะใช้ชีวิตอย่างไร นกตัวที่สอง สมาชิกในครอบครัวรู้สึกโล่งใจ ไม่ว่าจะเป็นแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ได้เห็นอนาคตของลูกหลาน นกตัวที่สาม สามารถผลักดันให้เด็กพิเศษประกอบอาชีพหารายได้ในการดำรงชีวิต และนกตัวที่สี่ มีแต่เสียงชื่นชมจากผู้ใต้บังคับบัญชา และถือเป็นการสร้างกุศลยิ่งใหญ่​ หากกองบัญชาการไหนหรือกองบังคับการ (บก.) ไหน อยากช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ น่าจะลองศึกษาดูว่าพอที่จะผลักดันได้หรือไม่ โดยยึดโมเดลจาก บช.ภ.7 เชื่อว่า พล.ต.ท.พิสิฐ คงไม่สงวนลิขสิทธิ์

ถ้าทุก บช. หรือ บก. สามารถผลักดันออกมาเป็นรูปธรรม มีแต่ได้กับได้ นอกจากได้ใจลูกน้องที่ช่วยถอนทุกข์ให้แล้ว ยังได้บุญกุศลอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยให้เด็กพิเศษได้มีงานทำอีกด้วย!!!