“นิกร” นำทีม พม. ปักหมุด มหาสารคาม ขับเคลื่อน Human Security 2.0 สร้างภูมิคุ้มกันสังคม พร้อมช่วยสิทธิสวัสดิการ ทั่วถึง เท่าเทียม

2

มหาสารคาม, วันที่ 17 กรกฎาคม – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “Human Security 2.0 : นิยามใหม่ของความมั่นคงของมนุษย์ ท่ามกลางความท้าทายทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมโลก” สำหรับผู้บริหาร อาจารย์ และนิสิตวิทยาลัยการเมืองการปกครอง  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จากนั้นไปเป็นประธานเปิดกิจกรรม พม. สร้างสุข สำหรับคนทุกช่วงวัย ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย ณ ที่ว่าการอำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. อาทิ งบประมาณสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชน จังหวัดมหาสารคาม และ เงินอุดหนุนและเงินสงเคราะห์ต่างๆ รวมถึงมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ และเยี่ยมชมบูธภาคีเครือข่ายท้องถิ่น

นอกจากนี้ยังได้มอบบ้านในโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย ที่ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย และไปที่อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุ 2 ราย เป็นชายอายุยืน 104 ปี พร้อมทั้งมอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

โดยกิจกรรมดังกล่าวมี นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษา รมว.พม., นายวัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรมว.พม., นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม., นางสาวสุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองปลัดกระทรวง พม., คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ ทีมหน่วยงาน พม. จังหวัดมหาสารคาม ร่วมด้วย

นายนิกร กล่าวว่า ปัจจุบัน พม. กําลังปรับบทบาทการดําเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ให้สอดคล้องกับแนวคิด Human Security 2.0 ที่ให้ความสําคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและความสามารถในการรับมือของประชาชนและชุมชน โดยกระทรวง พม. ได้ดําเนินงานทั้ง เชิงรุกและเชิงรับควบคู่กัน ภายใต้แนวคิด ระบบการคุ้มครองทางสังคม เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการขั้นพื้นฐาน ลดความเสี่ยงจากความเปราะบาง และมีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงอย่างยั่งยืน ด้วยการป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเข้าสู่วิกฤตตั้งแต่ต้นทาง อย่างไรก็ตาม เพื่อให้นโยบายของกระทรวง พม. สามารถเข้าถึงประชาชน และชุมชน รวมถึงสามารถสร้าง Human Security ให้กับคนไทย ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนในการสร้างสรรค์สังคมที่โอบรับผู้คนทุกกลุ่ม ถือเป็นภารกิจที่คนรุ่นใหม่ทุกคนสามารถร่วมกันขับเคลื่อนได้เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นต่อไป

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยจังหวัดมหาสารคามในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการช่วยหลือดูแลประชาชนอย่างรอบด้าน ด้วยการให้บริการแบบเชิงรุก และการบูรณาการความร่วมมือในการเป็นหุ้นส่วนทางสังคมของภาคีเครือข่าย เพื่อการสร้างโอกาสทางสังคมให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย และร่วมกันสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน