“เอกนิติ” เผยแนวคิดพัฒนา ศก. ชี้ต้องตั้งเงื่อนไข นลท.ต่างชาติ ให้นำธุรกิจไทยเข้าซัพพลายเชน-ถ่ายทอดเทคโนโลยี เน้นอุตสาหกรรมใหม่

62

กรุงเทพฯ, วันที่ 15 ม.ค. – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ระบุถึงแนวคิดในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ว่า โลกยุคใหม่เป็นรถไฟฟ้า ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้า ในช่วงที่มีโอกาสดูแล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดูแลกระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิต ให้แรงจูงใจผู้ผลิตรถยนต์ ที่จะให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี จะต้องมาผลิตที่เมืองไทย ต้องนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาผลิตที่เมืองไทย เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า เกียร์อัตโนมัติ และจะต้องมาสอนงานให้คนไทย และธุรกิจไทยให้เข้าสู่ซัพพลายเชน คือห่วงโซ่อุปทาน

วันนี้มีอีกหลายสิบบริษัท ที่ต้องการขยายโรงงานในประเทศไทย ใช้ฐานของเมืองไทย ผลิตเพื่อส่งออก มีกลุ่มนักบิดของไทยที่สามารถจูนเครื่องต่างๆ จะต้องเทรนคนเหล่านี้ ให้ไปทำมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะมีโครงการที่จะสนับสนุนให้คนไทย เปลี่ยนรถยนต์ จากรถสันดาปไปเป็นรถไฟฟ้า ให้ผ่อนในราคาถูก อุตสาหกรรม Smart Electronic การผลิตที่จัดเก็บข้อมูล Server เราเป็น Top Five ของโลก ใครที่มาลงทุนในประเทศไทย จะต้องมีเงื่อนไขว่าจะต้องนำธุรกิจไทย เข้ามาอยู่ในห่วงโซ่การผลิต และจะต้องเข้ามาสอน Training ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนต้องการพลังงานสะอาด ไฟฟ้าสีเขียว โครงการโซลาร์ชุมชน ให้ชุมชนสามารถขายไฟแล้วมีรายได้ช่วยชุมชน แต่ในเรื่องของอุตสาหกรรม จะทำในเรื่องของ Solar Farm มีอ่างเก็บน้ำอยู่เยอะ เราจะทำ Floating Solar (เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำบนแหล่งน้ำ) ที่มี Solar ลอยน้ำ จะเพิ่มศักยภาพประเทศไทย

นายเอกนิติ ยังกล่าวถึง  ธุรกิจที่เติบโตมากคือธุรกิจ สุขภาพ หรือ Wellness มีโครงการที่เรียกว่า Longevity หรือการมีอายุยืนยาวแบบสุขภาพดี นักท่องเที่ยวยินดีจ่ายในบริหารเหล่านี้ เป็นธุรกิจใหม่ที่ให้บริการ เพราะฉะนั้นการท่องเที่ยวที่เคยขายแต่ปริมาณ แต่จะเน้นคุณภาพ เน้นคุณค่า ต้องทำ Wellness ให้อยู่กับชุมชน รายได้จะอยู่กับชุมชน ถ้านับตามมาตรฐานโลกจริง ๆ ในส่วนคนไทยที่อายุเกิน 60 ปี  นโยบายผู้สูงวัยพลัส  จะเพิ่มโอกาสให้บริษัทที่จ้างงาน สามารถกลับมาจ้างคนสูงวัย  ได้รับการจ้างงานต่อมากขึ้น โดยจะให้หักค่าลดหย่อน ค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ 2 เท่า คนสูงวัย คือ มีประสบการณ์อาจจะจ้างมาเป็นที่ปรึกษา จะได้มีรายได้หลังจากเกษียณ  นอกจากนั้น จะมีการเพิ่มทักษะให้คนสูงวัย  โครงการ Skill Biz ส่วนถ้าผู้สูงอายุเจ็บป่วย จะมีหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งพยาบาลอาสา  จะมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในแต่ละจังหวัด