เยาวราช, วันที่ 11 มกราคม – นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมคณะ นำโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ย่านเยาวราช ด้วยรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า โดยเริ่มต้นที่วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยนายอนุทินได้ทักทายประชาชน และผู้สูงอายุที่มาสักการะอย่างเป็นกันเอง พร้อมกล่าวเป็นภาษาจีนว่า “ซาน สือ ชี” ซึ่งหมายถึงหมายเลข 37 เบอร์พรรคภูมิใจไทย สร้างรอยยิ้มให้แก่ประชาชนที่มาทักทาย

จากนั้น นายอนุทินและคณะเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนบริเวณถนนแปลงนาม มุ่งหน้าออกสู่ถนนเยาวราช โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง สะท้อนกระแสตอบรับที่อบอุ่นในพื้นที่ โดยช่วงหนึ่งมีแม่ค้ากล่าวกับนายอนุทินว่า “ขอให้ทำเหมือนเดิม” ก่อนที่นายอนุทินจะตอบกลับทันทีว่า “ต้องทำให้ดีกว่าเดิมสิ” เมื่อแม่ค้าถามต่อว่า “สู้ไหม” นายอนุทินกล่าวอย่างมั่นใจว่า “สู้มาตั้งนานแล้ว” ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการให้กำลังใจจากประชาชนรอบข้าง
ทั้งนี้ นายอนุทินยังได้พูดคุยสอบถามปัญหาการค้าขาย รับฟังข้อเสนอแนะจากพ่อค้าแม่ค้า พร้อมทักทายนักท่องเที่ยวหลายสัญชาติเป็นภาษาต่างๆ อย่างเป็นกันเอง ก่อนแวะชิมสตรีทฟู้ดร้านดังในย่านเยาวราช

หลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตลอดทั้งวัน นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับและส่งกำลังใจแก่ทีมงานทุกคนที่ลงพื้นที่ขอคะแนน พร้อมระบุว่า การนำทีมเศรษฐกิจของพรรคร่วมลงพื้นที่ เป็นการสื่อสารให้ประชาชนทราบว่าพรรคจะทำอะไรให้พวกเขาได้บ้าง โดยสิ่งใดที่เป็นความต้องการของประชาชนจริงๆ พรรคก็พร้อมนำไปต่อยอด “ถึงมีคำว่าพลัสไง ภูมิใจไทยพลัส พลัสทุกวัน ใครมีอะไรก็บอกมา เราก็ไปพลัสให้”
เมื่อถามถึงความมั่นใจในการปักธงสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร นายอนุทินกล่าวว่า ต้องมีความมั่นใจ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งพรรคให้การยอมรับในทุกๆ รูปแบบ
ขณะที่คำถามถึงการขอพรที่วัดมังกร นายอนุทินระบุว่า ขอให้ประเทศไทยมีความสงบสุขร่มเย็น และพี่น้องประชาชนมีความสุขก็เพียงพอแล้ว เพราะตนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และถือว่าได้รับพรไปด้วย ไม่จำเป็นต้องขอให้ตัวเองโดยตรง พร้อมกล่าวว่า หากประเทศไทยเกิดความสงบสุข ร่มเย็น ประชาชนมีความรักสามัคคี และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ก็ย่อมสะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยต้องเข้าไปบริหารประเทศ

