“อี้ แทนคุณ” พาเหยื่อร้อง ปอศ. ถูกหลอกลงทุนการ์ดโปเกมอน-การ์ดเกมส์หายาก สูญกว่า 5 ล้านบาท อ้างติด ตม.-โดนอายัดสินค้า ก่อนปิดเพจหนี

10

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 ส.ค. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ อี้ แทนคุณ พากลุ่มผู้เสียหายรวม 5 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงให้ร่วมลงทุนการ์ดเกมสะสม อาทิ การ์ดการ์ตูนโปเกมอน และการ์ดหายากประเภทต่างๆ ซึ่งมีการอ้างสร้างมูลค่ากล่องละนับแสนบาท จนมีผู้หลงเชื่อและเกิดความเสียหายรวมเบื้องต้นกว่า 5 ล้านบาท

นายแทนคุณ เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหากลุ่มนี้ มีลักษณะเข้าไปแฝงตัวตามงานอีเวนต์และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการ์ดเกม ทำทีเป็นผู้ที่รู้จักวงการและสามารถจัดหาการ์ดหายากจากต่างประเทศได้ โดยเฉพาะการ์ดที่มีจำนวนจำกัดและเป็นที่ต้องการของนักสะสม ในช่วงแรกจะรับสั่งซื้อการ์ดและสินค้าจากต่างประเทศ โดยการ์ดเกมบางประเภทมีราคาตั้งแต่กล่องละประมาณ 3,000-5,000 บาท และหากเป็นการ์ดหายากหรือแรร์ไอเทม ราคาสามารถเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่าตัว

หนึ่งในผู้เสียหายซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 15 ปี เล่าว่า ระยะแรกมีการสั่งซื้อสินค้ากับผู้ถูกกล่าวหาแล้วได้รับของจริง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและมีการบอกต่อในกลุ่มผู้เล่นการ์ดเกม เมื่อมีการสั่งซื้อในจำนวนเงินที่สูงขึ้น กลับเริ่มเกิดปัญหา ก่อนผัดผ่อนส่งสินค้า อ้างเหตุผลต่าง ๆ เช่น สินค้าติดอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สินค้าถูกอายัด หรือมีปัญหาเรื่องภาษีและต้องชำระเงินเพิ่มเติม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้ได้

ผู้เสียหายอีกรายอายุ 22 ปี ที่ถูกหลอกสูญไปเงินหลักแสนบาทเล่าว่า เคยสั่งซื้อการ์ดในราคาสูงถึง ประมาณ 60,000 บาทต่อใบ และมีการสั่งซื้อหลายรายการ รวมมูลค่ากว่าแสนบาท ที่ผ่านมาเคยได้รับสินค้าและนำไปขายต่อทำกำไรได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ได้คาดคิดว่าจะถูกหลอก โดยผู้ถูกกล่าวหาได้มาตีสนิทผ่านเพื่อนในวงการ พาไปรับประทานอาหาร และพบปะกันตามงานการ์ดเกมอย่างต่อเนื่อง ก่อนเสนอว่าจะช่วยตามหาการ์ดหายากให้ พร้อมชักชวนให้ฝากซื้อหรือร่วมลงทุน โดยอ้างว่ามีช่องทางในการจัดหาการ์ดจากต่างประเทศ และเห็นว่าเพื่อนบางรายได้รับสินค้าจริง จึงเกิดความไว้วางใจและตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าในวงเงินสูงขึ้น รวมถึงบางครั้งมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม โดยอ้างว่าเงินไม่เพียงพอสำหรับการชำระค่าพรีออเดอร์ หรือมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องชำระก่อนจึงจะสามารถนำสินค้าออกมาได้ จนกระทั่งทวงถามสินค้ากลับไม่ส่งมอบของตามกำหนด และบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ก่อนตัดการติดต่อ บล็อกช่องทางการสื่อสาร และปิดเพจที่ใช้ในการซื้อขาย ทำให้ผู้เสียหายไม่สามารถติดตามสินค้าและเงินที่โอนไปได้

ด้าน นายชัชชนะพงศ์ แก้วทอง ผู้จัดงานการ์ดเกมรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เคยพบและพูดคุยกับผู้ถูกกล่าวหาตามงานการ์ดเกมหลายครั้ง พยายามสร้างความสนิทสนมกับกลุ่มผู้เล่น โดยเฉพาะเยาวชน พร้อมอ้างว่ารู้จักบุคคลสำคัญในวงการ รวมถึงแชมป์โลก และจัดหาเข้าถึงการ์ดระดับแรร์ไอเทมที่มีจำนวนจำกัด ฝากเตือนกลุ่มนักสะสมและเยาวชนที่ซื้อขายการ์ดเกมว่า ควรตรวจสอบประวัติผู้ขาย ที่มาของสินค้า และหลักฐานการซื้อขายอย่างละเอียด โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกร้องให้โอนเงินจำนวนมากล่วงหน้า ไม่ควรตัดสินใจจากเพียงความสนิทสนมหรือคำกล่าวอ้างว่ามีช่องทางพิเศษในการนำเข้าการ์ดหายาก

นายแทนคุณ กล่าวเพิ่มเติม ปัจจุบันการ์ดเกมไม่ได้เป็นเพียงของสะสมหรือกิจกรรมยามว่างเท่านั้น แต่กำลังเติบโตเป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน กีฬาอีสปอร์ต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมีเยาวชนจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วม จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดูแลและสร้างมาตรฐานการซื้อขาย เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

พร้อมเรียกร้องให้นายชิดชนก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีนโยบายสนับสนุนซอฟต์พาวเวอร์และกิจกรรมการแข่งขันด้านเกม เข้ามาช่วยกำกับดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วงการการ์ดเกมและอุตสาหกรรมเกมมีพื้นที่ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับเยาวชน

นอกจากนี้ ขอให้ตำรวจเร่งติดตามตัวกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาเหล่านี้มาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลตรวจสอบว่ามีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีผู้เข้าแจ้งความและร้องเรียนแล้วอย่างน้อย 25 ราย และมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท