12 ม.ค. 69 – ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยตำรวจน้ำ รวบ “บ่าว” เครือข่ายค้ายาเสพติดดังในภาคใต้หลบหนี หลังได้ประกันตัว ก่อนอีก 8 เดือนจะหมดอายุความ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพันธ์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน., พ.ต.อ. ชณพล วันขวัญ ประจำ(สบ 5) บก.อก.บชก. ช่วยราชการ บก.รน., พ.ต.อ.กมลศักดิ์ วันประดุง ผกก.9 บก.รน., พ.ต.ท. บรรเจิด มานะเวช รอง ผกก.9 บก.รน., พ.ต.ท.เรวัตร ไกรทอง รอง ผกก.9 บก.รน., พ.ต.ต. ญาณภัทร กรดดำ สว.ส.รน.1 กก.9 บก.รน.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.อัศวชัย พิศาลสาสน์ รอง สว.ส.รน.1 กก.9 บก.รน., ชุดสืบสวนส.รน.1 กก.9 บก.รน. และเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด กก.9 บก.รน. ร่วมกันจับกุม นายจำเริญฯ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกระบี่ ที่ 222/2554 ลงวันที่ 17 สิงหาคม 2554 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (เมทแอมเฟตามีน) ครอบครองเพื่อจำหน่ายและความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน”สถานที่จับกุม บริเวณหน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถ.เจ้าฟ้า ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี พ.ศ.2553 นายจำเริญฯ หรือที่รู้จักในเครือข่ายในชื่อ“นายบ่าว” เป็นหนึ่งในสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีนในพื้นที่ภาคใต้ โดยทำหน้าที่เป็นผู้กระจายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกระบี่ให้กับเครือข่ายรายใหญ่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และลักลอบจำหน่ายยาเสพติดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนหาข่าวและวางแผนล่อซื้อจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภทเมทแอมเฟตามีนจำนวนมาก และอาวุธปืน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนและส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดกระบี่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยวางเงินสดเป็นหลักประกันจำนวน 800,000 บาท ต่อมา เมื่อได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว ผู้ต้องหา ไม่มาศาลตามกำหนดนัด และหลบหนีไปโดยเจตนา ศาลจึงมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวและออกหมายจับ
ภายหลังการหลบหนี ผู้ต้องหาได้ใช้ชีวิตในลักษณะ หลบซ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนแปลงที่พักอาศัยอยู่ตลอดเวลา อาศัยอยู่ตามพื้นที่สวนยางพาราในหลายจังหวัด รับจ้างเฝ้าสวนเป็นอาชีพ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และหลีกเลี่ยงการติดต่อกับบุคคลภายนอกเท่าที่จำเป็น ทั้งยังหลีกเลี่ยงการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ ไม่ปรากฏการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการใช้เอกสารทางราชการใด ๆ ผู้ต้องหาไม่มีข้อมูลการเคลื่อนไหวในระบบราชการ และมักแฝงตัวอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร การติดตามเบาะแสจึงต้องอาศัยข้อมูลด้านการข่าวและการสืบสวนเชิงพื้นที่เป็นระยะเวลานาน
จนกระทั่งคดีดังกล่าว ใกล้จะครบกำหนดอายุความในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 หรือในอีก 8 เดือนข้างหน้า เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ และเข้าจับกุมตัวได้สอบถามคำให้การจำเลยเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งศาลจังหวัดกระบี่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

