นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค โดยระบุ “การรัฐประหาร…อีกครั้ง…พล.อ.ประยุทธ์ และ สว.แต่งตั้ง คือ ผู้ถอดชนวน

หลัง ผบ.ทบ.คนใหม่ตอบคำถามนักข่าวในประเด็น จะมีการรัฐประหารอีกหรือไม่..?

ก็สร้างความฮือฮาและเรียกสหบาทาได้พอสมควร

หากวิเคราะห์จากข้อมูลต่างๆที่มีในปัจจุบันต้องบอกว่า มีโอกาสเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง

แล้วจะเกิดเมื่อไหร่..?

ก็ต้องตอบว่าเป็นไปได้ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง แต่โอกาสจะเกิดก่อนการเลือกตั้งมีน้อยมาก เพราะกระแสอยากเลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศสูงมาก..แรงมาก ผู้จะทำรัฐประหารคงไม่กล้าเสี่ยง เว้นแต่ว่า มีเหตุปัจจัยชนิด ฟ้าถล่มดินทลาย อาจตัดสินใจรัฐประหารยึดอำนาจ

ส่วนหลังการเลือกตั้งนั้น มีโอกาสเกิดการรัฐประหารสูงมากๆเพราะเหตุปัจจัยดังนี้

(1) กลุ่มหนุน พล.อ.ประยุทธ์ ดื้อดึง ดึงดัน ดันทุรัง จะเอา พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกรอบให้ได้ ถึงแม้พรรคที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ ส.ส. เสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนฯก็ตาม

(2) วุฒิสภา ดื้อดึง ดึงดัน ดันทุรัง จะโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกรอบท่าเดียว ไม่ยอมโหวตให้คนอื่น กลายเป็นสุญญากาศทางการเมืองตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถึงตั้งได้ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

(3) จากความ ดื้อดึง ดึงดัน ดันทุรัง ในสองข้อข้างต้น ทำให้ประชาชนออกมาชุมนุมประท้วง ทั้งสนับสนุน ทั้งต่อต้าน ทั้งขับไล่ เหตุการณ์ก็จะบานปลายเหมือนไฟลามทุ่ง ตามทฤษฎี “เป็นไปเอง” ต่างฝ่ายต่างมุ่งเอาชนะอีกฝ่าย

ความไร้เสถียรภาพก็เกิดขึ้น

กงล้อประวัติศาสตร์ก็จะซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง

แต่การรัฐประหารครั้งหน้าผู้ที่ทำจะไม่ได้รับดอกไม้อย่างเดียว จะได้ทั้งก้อนอิฐและไม้หน้าสาม

คอของผู้ทำรัฐประหารจะพาดอยู่บนเขียง

เหตุเพราะองค์ประกอบและสิ่งแวดล้อมทั้งตัวบุคคล ความเชื่อมั่นศรัทธา ทุกสิ่งอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปหมดแล้ว

กองทัพไม่มีวันชนะประชาชน นั่นคือความจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธได้

พล.อ.ประยุทธ์ และ สว.แต่งตั้ง คือ ผู้ที่จะหยุดวงจรอุบาทว์นี้

หากพรรคการเมืองใดได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งหรือรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่ง(251 เสียง)ของสภาผู้แทนราษฎร สว. ก็ควรโหวตสนับสนุนตัวแทนของพรรคการเมืองนั้น เป็น นายกรัฐมนตรี

หากไม่ทำเช่นนี้ก็ถือว่า ไม่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง รักชาติแต่ปาก…เท่านั้น…!!”