นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ระบุพาดพิง ว่า คสช.ส่งคนมาชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปเป็นพรรคในสังกัดคสช. ว่า ถ้านายวัชระหมายถึงตนก็ต้องยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีคสช.หรือทหารคนไหนมาเกี่ยวข้องมีแต่คนภายในพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทาบทามชักชวนตน และตนก็ยังไม่ได้ตัดสินใจแต่อย่างใด ส่วนที่บอกว่าต้องลาออกจากพรรคแล้วด่าพรรคเอาใจคสช. เพื่อไปเอาตำแหน่งจากคสช.นั้น นายวัชระคงลืมไปว่า ตนเสนอให้มีการปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 56 ขณะที่ตนเป็นรองหัวหน้าพรรค ก็นำเสนอแนวทางการปฏิรูปพรรควิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งก่อนเกิดการรัฐประหาร คสช. และกว่า 1 ปี ถ้าเชื่อตน แล้วช่วยกันปฏิรูปพรรค และไม่บอยคอตการเลือกตั้งตอนนั้น ก็คงไม่มีการรัฐประหารและต้องสูญเสียประชาธิปไตยมาจนถึงวันนี้

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนการลาออกจากพรรค ตอนเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ด้วยเหตุผลเชิงหลักการ ว่าการทำงานปฏิรูปต้องเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด สำหรับประเด็นการเอาใจคสช.นั้น ระหว่างที่ตนเป็น สปช. ก็ลงมติสำคัญสวนทางกับคสช.โดยเฉพาะร่างกฎหมายโฉนดชุมชนและร่างรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนก็โหวตรับจนไม่คิดว่าจะได้มาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และยิ่งไม่คิดว่าจะได้รับเลือกจากสมาชิกให้เป็นรองประธานสปท.คนที่1 ช่วงเป็นสปช.และรองประธาน สปท. เกือบ 3 ปีก็ไม่เคยไปพบไปหา คสช. ที่บ้านหรือในค่ายทหารเป็นการส่วนตัวแม้แต่ครั้งเดียว จะพบเฉพาะในที่ประชุมตามปกติเท่านั้น

นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ถ้าตนอยากได้ตำแหน่งอยากได้ผลประโยชน์คงวิ่งเข้าไปรับใช้ใกล้ชิด อีกทั้งตอนยังเป็นรองประธานสปท.ก็ประกาศวางมือการเมืองขอทำงานปฏิรูปประเทศตั้งแต่ 13 เมษายน 2559 ก่อนพ้นจากตำแหน่งถึง 1 ปี และไม่สะกิดใจหรือว่าถ้าตนอยากได้ตำแหน่งทางการเมืองทำไมจึงไม่มีชื่อตนไปเป็นแกนนำพรรคต่างๆ ที่จัดตั้งและประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งที่เป็นนักการเมืองคนเดียวที่มีตำแหน่งสูงสุดในแม่น้ำ 5 สาย

“นายวัชระต้องหัดมองคนอย่างเข้าใจและพูดความจริง มิใช่กล่าวหาใส่ร้ายสาดโคลนแบบการเมืองเก่าๆซึ่งไม่เป็นที่พึงปรารถนาของประชาชนและเชื่อว่าสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วยกับการเมืองสไตล์นี้ เพราะมีแต่ทำให้พรรคตกต่ำ” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดพรรคกว้างให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการการเลือกหัวหน้าพรรคแบบไพรมารี่ถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว และตรงกับแนวทางของตนที่เสนอเมื่อ 5 ปีที่แล้วให้ใช้ระบบไพรมารี่ในการเลือกผู้สมัครส.ส.และตำแหน่งผู้บริหารพรรค เช่น หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค

“ผมฝากถึงท่านอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคบางท่านว่า จะปฏิรูปพรรคต้องเปิดใจกว้างอย่าให้ลูกพรรคดิสเครดิตทำลายชื่อเสียงกีดกันกันตั้งแต่ไก่โห่แบบนี้ ทั้งที่ผมยังไม่ตัดสินใจจะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต้องคิดว่ายิ่งมีคนสนใจลงสมัครไม่ว่าคนในหรือคนนอกยิ่งดีต่อพรรค เพราะสมาชิกจะได้มีผู้นำพรรคให้เลือกหลายคน” นายอลงกรณ์ กล่าว