เร่งผลักดันเนื้อจระเข้แห้ง-กุ้งก้ามกรามเป็น-ปลากะพงแช่แข็ง

40

เร่งผลักดันเนื้อจระเข้แห้ง-กุ้งก้ามกรามเป็น-ปลากะพงแช่แข็ง ขึ้นแท่น 3 สินค้าเศรษฐกิจทำเงิน

นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าประชุมแลกเปลี่ยนด้านการส่งเสริมสินค้าเกษตรกับองค์การส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นครเซี่ยงไฮ้ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นการส่งเสริมและขยายโอกาสช่องทางการค้าสินค้าเกษตรในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นมหานครที่มีความทันสมัย และเป็นตลาดนำเข้าสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรของไทยที่มีระบบการควบคุมคุณภาพที่ยอดเยี่ยม

สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย โดยเมื่อปี 66 ประเทศไทยส่งออกสินค้าประมงไปจีน198,196 ตัน มูลค่าสูงถึง 22,722 ล้านบาท ซึ่งเป็นสินค้าประมงทั้งแช่แข็ง พร้อมปรุง และสินค้าสด อาทิ กุ้งขาวแช่แข็ง กุ้งกุลาดำแช่แข็ง หมึกกล้วยแช่แข็ง ปลาแช่แข็ง ปลาป่น ทูน่ากระป๋อง หอยลายมีชีวิต ซูริมิปรุงแต่ง และเครื่องปรุงรสต่างๆ เมื่อเทียบปริมาณนำเข้ากับสินค้าตัวเดียวกันในปี 64 (161,385.68 ตัน) และ 65 (162,771.10 ตัน) พบมีแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าประมงจากไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวจีนมั่นใจและนิยมรับประทานสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงของไทย

นอกจากนี้ กรมประมง ยังเร่งผลักดันสินค้าประมงเศรษฐกิจที่น่าสนใจ และคาดว่าจะตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนอีก 3 ชนิด ได้แก่ เนื้อจระเข้แห้ง กุ้งก้ามกรามมีชีวิต และปลากะพงขาวแช่แข็ง ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานจีน และจะประชุมเจรจาด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชร่วมกันในช่วงปลายเดือนก.ค. ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในส่วนของสินค้าปลากะพงขาวแช่แข็ง ทางรัฐบาลจีนมีกำหนดการมาตรวจระบบการเพาะเลี้ยง และการบริหารจัดการในห่วงโซ่อุปทาน ณ ประเทศไทย ในช่วงเดือน ต.ค. เพื่อยืนยันว่าระบบบริหารจัดการของประเทศไทยเป็นไปตามมาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ ร.อ.ธรรมนัส จึงได้สั่งการให้ทูตเกษตรเร่งประสานงานเรื่องดังกล่าว เพื่อเพิ่มช่องทางการค้าสินค้าประมงคุณภาพมายังจีนต่อไป.

#Thaitabloid#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์