ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (30 ส.ค.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว กล่าวส่งเสริมให้พรรคการเมือง ส่งผู้รับสมัครเลือกตั้งเพศหญิง โดยระบุว่า “ขอทุกพรรคการเมืองให้พื้นที่ทางการเมืองแก่ผู้หญิงเพื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยหน้าให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งผู้หญิงที่เคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มาแล้ว และผู้ที่ยังไม่เคยลงสมัครฯมาก่อน
สังคมไทยปัจจุบันยอมรับบทบาทของผู้หญิงตามยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือนอกจากการทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวแล้ว ผู้หญิงยังเข้ามามีบทบาทในการบริหารกิจการ ของบ้านเมือง รวมถึงการบริหารองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผ่านการเป็นตัวแทนทางการเมือง เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ผู้บริหารและสมาชิกสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อีกทั้งยังได้รับการยอมรับว่านักการเมืองหญิงมี ความละเอียดอ่อน รอบคอบกว่าผู้ชาย รวมถึงนักการเมืองหญิงมีแนวคิดในการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจที่เน้นไปทางด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้ลึกซึ้งรอบด้านกว่าเพศชายที่เน้นไปทางด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ แต่ในทางสถิติกลับพบว่าจำนวนสัดส่วนของเพศหญิง ต่อเพศชายในการเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองของประเทศไทยยังอยู่ในสัดส่วนที่น้อยกว่านานาประเทศ ดังจะเห็นว่าในการเลือกตั้งล่าสุดปี 2554 มี ส.ส.ที่เป็นผู้หญิงมีจำนวน 85 คน จาก ส.ส.ทั้งหมด 500 คน หรือคิดเป็น 17% จากจำนวน 6 พรรค ดังนี้
พรรค ส.ส.บัญชี ส.ส.เขต รวม
เพื่อไทย 15 34 49
ประชาธิปัตย์ 6 16 22
ภูมิใจไทย 1 9 10
ชาติไทยพัฒนา 0 2 2
พลังชล 0 1 1
ประชาธิปไตยใหม่ 1 0 1
รวมทุกพรรค 23 62 85

การส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยก้าวเข้ามามีบทบาททางการเมืองเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งมีสัดส่วนนักการเมืองหญิงสูงขึ้นตามมูลค่ามาตรฐานของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP (United Nations Development Programme ) ที่กำหนดไว้คือร้อยละ 30 ในเร็ววันนี้ ก็ต้องมุ่งไปที่พรรคการเมืองทุกพรรคว่าจะให้ความสำคัญและสนับสนุนนักการเมืองหญิงมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นในการเตรียมการเลือกตั้งนับจากวันนี้เป็นต้นไป ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสรรหาผู้หญิงที่มีคุณสมบัติตามกฏหมายเลือกตั้งฯ แล้วส่งรายชื่อให้พรรคการเมืองต่างๆพิจารณาคัดเลือกเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.2562 นี้ และขอความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองคัดเลือกผู้สมัครฯทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อที่เป็นหญิงให้มากที่สุดอย่างน้อย 30ต่อ70 แม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนการทำ “ไพรมมารี่โหวต” หรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะต้องจัดส่งจำนวน 150คนให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจเลือกนั้น ขอให้เป็นผู้หญิงอย่างน้อย 45 คนหรือ30%ด้วย เพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมทางการเมือง จะได้ร่วมคิดนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน ปัญหาการว่างงาน ปัญหาราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และครอบครัว เป็นต้น.”

วอนทุกพรรคหนุนส่งผู้สมัครหญิง30% …

โพสต์โดย ลดาวัลลิ์ / Ladawan Wongsriwong เมื่อ วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2018