ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง คณะทำงานสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และอดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความเฟสบุ๊ค กล่าวถึงกรณีที่มีเอกสารอ้างถึงกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1(บก.ส.1) กำหนดมารยาทและระเบียบการปฏิบัติของสื่อมวลชนในการถ่ายภาพและทำข่าวอย่างเคร่งครัดเป็นพิเศษ ในการทำข่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2018 ที่ Impact อารีน่าเมืองทองธานี เมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) โดยระบุว่า “กฎต่างๆ ที่ออกมาใช้จัดระเบียบสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องไม่เข้าท่า และคงเป็นการหาข้ออ้างหลบนักข่าว ซึ่งจะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ไปด้วย เพราะจะเข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล

สิ่งที่ขัดหูขัดตาที่สุด คือ การบังคับให้สื่อมวลชนที่เป็นช่างภาพต้องทำความเคารพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนและหลังถ่ายภาพทุกครั้ง เพราะมันขัดกับหลักความเป็นอิสระในการทำงานของสื่อมวลชน ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของการล่ามโซ่ตรวนทางความคิดและการกดหัวประชาชน เพราะสื่อมวลชนคือสัญญลักษณ์ของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการถ่วงดุลและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ทั้งนี้ เรื่องของการมีสัมมาคารวะระหว่างบุคคลนั้น ควรปล่อยให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางสังคมเพราะเป็นเรื่องของประเพณี อย่ามาใช้ระเบียบหรือกฎหมายเป็นตัวบังคับจนกลายเป็นกฎเหล็ก

ที่สำคัญตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีไว้เพื่อทำงานรับใช้ประชาชนและต้องแสดงความรับผิดชอบถ้ารัฐบาลสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง ดังนั้น ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงเป็นตำแหน่งของคนทำงาน หรือบุคคลสาธารณะ ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องเคารพบูชาในลักษณะแตะต้องไม่ได้ ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ไม่ถูกต้อง

ถ้าเราทำให้สื่อมวลชนรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเป็นลูกน้องของรัฐบาล ก็จะทำให้สื่อมวลชนไม่กล้าตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ดังนั้น การรักษาระยะห่างและการจัดรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลและสื่อมวลชนให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ และมีผลต่อการทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล

ทั้งนี้ อย่ามาอ้างว่าที่ต้องบังคับให้กราบไหว้นายกฯนั้นเป็นเรื่องของหลักอาวุโส เพราะถ้าอย่างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องยกมือไหว้ช่างภาพและสื่อมวลชนที่แก่กว่าตัวเองทุกครั้งทั้งก่อนและหลังการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเช่นกัน

น่าสังเกตว่าคำสั่งดังกล่าวสะท้อนความบ้าอำนาจอย่างหนักเข้าขั้นโคม่าของผู้นำเผด็จการที่หลงคิดว่าตนสูงส่งเหนือคนอื่นทั้งๆ ที่ มนุษย์ทุกคนล้วนมีความเป็นคนเท่าๆ กัน ไม่มีใครสูงหรือต่ำกว่าใคร

ที่สำคัญ เหตุที่สื่อมวลชนติดตามเฝ้าทำข่าวนายกรัฐมนตรีเพราะเป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าท่านเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงนักก็ลาออกไปซะ แล้วรีบปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ให้คนอื่นที่พร้อมจะถูกตรวจสอบมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ไม่ใช่ว่ากอดเก้าอี้ซะแน่น ใครไล่ก็ไม่ยอมไป แต่ก็อยู่ถ่วงความเจริญของคนอื่นไปวันๆ”

กฎต่างๆ ที่ออกมาใช้จัดระเบียบสื่อมวลชนที่ติดตามทำข่าวนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องไม่เข้าท่า และคงเป็นการหาข้ออ้างหลบนักข่าว…

โพสต์โดย หมวดเจี๊ยบ Sunisa Divakorndamrong เมื่อ วันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2018