ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มารดาของพลทหารปิ่นเพชร ศรีไชยยันต์ ผู้ถูกกล่าวหาว่าหนีทหารร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล ขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับหน่วยทหาร ที่อาจส่อไปในทางใช้อำนาจโดยมิชอบ รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของทหารกองประจำการในหน่วย ว่า กองทัพบกขอเรียนชี้แจงเบื้องต้นว่าพลทหารปิ่นเพชร ศรีไชยยันต์  เป็นทหารกองประจำการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2559   ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการทางกฎหมายจากกรณีหนีราชการตั้งแต่เดือนก.ค. 2560 โดยที่ผ่านมามารดาได้เคยเข้าร้องเรียนขอให้กองทัพบกตรวจสอบว่า หน่วยต้นสังกัดมีการอนุญาตให้บุตรชายลาพักระหว่างประจำการอย่างไม่ถูกต้อง

“กองทัพบกได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามการร้องเรียนและได้แจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการไปยังมารดาของพลทหารปิ่นเพชรให้รับทราบแล้วตั้งแต่พ.ค.2561 อย่างไรก็ตามเมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้นอีก กองทัพบกจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นด้านคุณภาพชีวิตของทหารกองประจำการ และการบริหารจัดการกำลังพลในอดีตที่ผ่านมาของกองพันที่ถูกกล่าวถึง” พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้กองทัพบกให้ความสำคัญกับการดูแลทหารกองประจำการ มีการจัดทำ โครงการคุณภาพชีวิตของทหารกองประจำการมาอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าหน่วยไม่ได้ดำเนินการตามแนวนโยบายดังกล่าว จะได้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบต่อไป ส่วนกรณีขาดราชการเกินกำหนดจนทำให้หน่วยต้องดำเนินการตามระเบียบคือ จำหน่ายหนีราชการตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 2560 และส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับได้ดำเนินการส่งคืนเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือนให้กับกระทรวงการคลังตามระเบียบของทางราชการเรียบร้อยแล้วนั้น ในคดีหนีราชการมีความจำเป็นที่พลทหารปิ่นเพชรจะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยกองทัพบกพร้อมให้ความเป็นธรรมตามข้อเท็จจริง

“กองทัพบกเข้าใจในความรู้สึกของมารดา ที่มีความเป็นห่วงบุตรชาย รวมถึงพลทหารปิ่นเพชรก็ถือว่าเป็นกำลังพลของกองทัพบก ที่หน่วยต้นสังกัดได้ให้การดูแลอย่างเหมาะสม และการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงตามกฎระเบียบของทางราชการ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อยุติ  ยืนยันว่าที่ผ่านมาหากมีการร้องเรียนไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ กองทัพบกจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกเรื่องเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่” โฆษกกองทัพบก กล่าว