ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจ จากกก.สส.ภ.จว.กระบี่ ได้นำตัว นายธวัชชัย ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ซึ่งจับตัวได้ที่โรงแรม เดอะในหาน ถ.วิเศษ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต นําส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อเพื่อดําเนินคดีและต่อมาได้นำตัว มาให้ผู้เสียหายชี้ตัวที่ สง.รอง ผบ.ตร.ชั้น 7

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า คดีนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา น.ส. เอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้มาร้องขอความเป็นธรรม จากตน ว่า เมื่อประมาณเดือน เม.ย. – พ.ค.61 ผู้เสียหายได้ถูก นายธวัชชัย ลมัยพันธ์ หรือหมอเต้ย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม หลอกลวง โดยอ้างว่าตนมีพลังจิต สามารถดูดวงได้แม่นยํา และหลอกลวงว่า สามารถช่วยเหลือให้ผู้เสียหายและคนรักกลับมาคืนดีกันได้ อีกทั้งยังชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมทําธุรกิจกับตน แต่ดวงของ ผู้เสียหายจะไม่สามารถรักษาเงินไว้ได้ ให้นําเงินมาฝากไว้กับตน ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในสภาวะสภาพจิตใจอ่อนแอ จึงหลงเชื่อ และได้โอนเงินผ่านตู้ฝากเงินสด ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาเอ็มควอเทียร์ ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. และแอพลิเคชั่น ของ ธ.กสิกรไทย ให้นายธวัชชัยหลายครั้ง รวมเป็นเงินประมาณ 4,900,000 บาท ต่อมา ผู้เสียหายเห็นว่า นายธวัชชัย ไม่สามารถช่วยเหลือตามที่รับปากไว้ได้ และต้องการขอเงินที่ฝากไว้คืน แต่ นายธวัชชัย บ่ายเบี่ยง ผัดผ่อนมาโดยตลอด จนกระทั่งไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวน สน.ทองหล่อ โดยพนักงานสอบสวนได้รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 785/2561 ลงวันที่ 13 มิ.ย.61 แต่ผู้เสียหายเกรงว่าการดําเนินคดีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรม

ในเวลาต่อมา ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.ทองหล่อ เร่งสืบสวน สอบสวน ติดตามจับกุมผู้กระทําความผิดมาดําเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนเป็นที่แน่ชัดและ เชื่อได้ว่า นายธวัชชัย กระทําความผิดจริง จึงได้ยื่นคําร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ออกหมายจับ ซึ่งศาลได้ออก หมายจับที่ จ.403/2561 ลงวันที่ 15 มิ.ย.61 ในความผิดฐาน “ฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูก หลอกลวง”

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดอีกว่าวันนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ สน.ทองหล่อ นําตัว นายธวัชชัย ผู้ต้องหา มาที่บริเวณชั้น 7 อาคาร 1 สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อจัดให้ผู้เสียหายทําการชี้ตัว เพื่อยืนยันตัวผู้กระทําผิด โดยมีบุคคลอื่นที่มีอายุ รูปร่าง และลักษณะการแต่งกายคล้ายคลึงกัน ยืนปะปนอยู่ด้วย ผลการชี้ตัว ผู้เสียหายชี้และยืนยันตัวว่า นายธวัชชัย เป็นผู้กระทําผิดได้ถูกต้องโดยปราศจากข้อสงสัย และนำตัวไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว