นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า ต้องเชื่อว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นไปตามโรดแม็พที่รัฐบาลประกาศไว้ เพราะยังไม่มีอย่างอื่นที่ทำให้โรดแม็พต้องเคลื่อนไป แต่ทั้งหมดอยู่ที่การปลดล็อกซึ่งก็ดูเหมือนรัฐบาลตั้งใจจะปลดหลายระยะๆ โดยใช้คำว่าคลายล็อก ที่เป็นเหตุทำให้สถานการณ์คลาดเคลื่อนไปใน 2 เรื่อง คือ 1.คลายล็อกช้าไป และ 2.ไม่ปลดล็อกทั้งหมด เพราะถ้าปลดล็อกเร็วก็จะเดินไปสู่การเลือกตั้งได้ แต่ดูแล้วเขาคงคลายให้ทีละล็อกจึงทำให้ช้า แต่ถึงอย่างไรก็ควรที่จะหาวิธีทำให้พรรคการเมืองสามารถประชุมได้ เพราะหากไม่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งก็ไม่สามารถทำไพรมารีโหวตได้

เมื่อถามว่ายังคิดว่าจะสามารถทำไพรมารีโหวตได้หรือไม่ นายนิพิฏฐ์ กล่าวว่า การที่จะไม่ให้มีการทำไพรมารีโหวต ไม่ใช่พรรคใหญ่เรียกร้อง แต่เป็นความต้องการของพรรคเล็กและพรรคใหม่ เพราะหากหาสมาชิกได้ไม่ครบก็ไม่สามารถทำได้ ส่วนพรรคใหญ่พร้อมอยู่แล้ว ซึ่งอาจจะมี 3-4 พรรคใหญ่เท่านั้นที่ทำได้ แต่อาจจะมีบางพรรคที่ทำไม่ได้โดยเฉพาะพรรคที่สนับสนุนคสช.ก็จะเป็นปัญหา ซึ่งก็อยู่ที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร

เมื่อถามว่ามองดูแล้วมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติขึ้น นายนิพิฎฐ์ กล่าวว่า เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว จะมีปัญหาหลังเลือกตั้ง คือการตั้งรัฐบาลไม่ได้ สูตรรัฐบาลก็ไม่รู้จะเอาใครผสมกับใครก็มีปัญหาทั้งนั้น ส่วนรัฐบาลแห่งชาติไม่น่าเกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่รู้จะเอาพรรคไหนรวมกับพรรคไหน ส่วนทางออกควรจะเป็นอย่างไรนั้น ตนคงพูดไม่ได้ แต่คอยดูก็แล้วกันว่าตั้งรัฐบาลยาก

“สำหรับแผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทน ฯ ตนคิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของคสช.และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของคสช. จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่” นายนิพิฏฐ์ กล่าว