นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวผ่านรายการต้องถาม ในตอนหนึ่งระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พูดถึงคำว่ามนุษย์ ต้องอธิบายให้เข้าใจว่า ธรรมชาติมันต้องเป็นอย่างนี้ ก็มาชนกับประเด็นที่สองที่ท่านพูด ก็คือว่าใครจะชอบไม่ชอบท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องแยกด้วยเพราะว่าท่านก็มีฐานะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ อันนี้ก็ตนบอกว่ามันต้องมาคุยกันเหมือนกันว่า สองส่วนจะมาบรรจบมาชนกันได้อย่างไร ระหว่างความเป็นมนุษย์กับคำว่าเกึยรติของตำแหน่ง

“ผมก็จะเล่าในส่วนของผม บางช่วงอาจจะหนักกว่าท่านนายกฯ ด้วยแต่ผมไม่เคยแสดงออก แต่ถามผมว่ารู้สึกไหม เจอคำถามนักข่าวเนี่ย ผมต้องเรียกว่าสูดหายใจลึกๆ แล้วก็พยายามตอบเนื้อหาสาระ เกิดอารมณ์เลยว่าคุณถามอย่างนี้ได้ยังไงหรือว่ารู้สึกคุณจงใจมากเลยที่จะไม่ให้ความเป็นธรรมหรืออะไรก็ต้องสูดหายใจลึกๆ แล้วก็จะเห็นว่าผม 2 ปีกว่าๆ ก็ไม่ได้แสดงอาการอารมณ์หรืออะไรก็ตามถามว่าทำไมผมทำยังไง ผมไม่ได้เป็นมนุษย์หรือ ผมเป็นแต่ผมคิดถึงคำว่าเกียรติของคำว่านายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเกียรติของคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องรักษามาตรฐานบางอย่างเพื่อที่จะให้สังคมเนี่ยเขาถึงนับถือยอมรับเกียรติของตำแหน่งนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ฉะนั้นช่วงตนเป็นนายกฯ จะรู้สึกโกรธจะรู้สึกอะไรอย่างไร ต้องเก็บอารมณ์แล้วก็แสดงออกในลักษณะที่ถือว่าสมกับเกียรติของนายกฯ ประเด็นก็คือว่า มันน่าสนใจเพราะว่าท่านนายกฯ พูดถึง 2 เรื่องคือเป็นมนุษย์แต่ขณะเดียวกันก็พูดถึงว่านายกฯ มีเกียรติ ตนเห็นด้วยว่าการวิพากษ์วิจารณ์บุคคลก็ว่ากันไป แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบเกียรติของตำแหน่ง แต่ขณะเดียวกัน มันก็มีข้อแลกเปลี่ยน ข้อแลกเปลี่ยนก็คือคนที่ดำรงตำแหน่งนั้นก็ต้องปฏิบัติตนให้สมกับการที่จะต้องได้รับเกียรตินั้น เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาทั้งสองอย่าง คือบอกว่าดำรงตำแหน่งห้ามไม่ให้ใครมาละเมิดเกียรติแต่ขณะเดียวกันบอกเป็นมนุษย์ แล้วก็ฝึกสามารถที่จะแสดงออกเหมือนกับคนอื่นได้เ ตนว่ามันมันไม่สอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นมันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนตรงนี้

“แต่ผมอาจจะผิดก็ได้เพราะผมมองว่าขณะนี้ดูเหมือนคนที่บอกว่าไม่เป็นไรนะคนที่ดำรงตำแหน่งยังไงเนี่ยขอให้ใช้ความเป็นมนุษย์เนี่ยแล้วมันสะใจมันถูกใจคนมากกว่า มันก็มีหลายประเทศที่ทำอย่างนี้สหรัฐอเมริกาตอนนี้ ชัดเจนมากว่า คนเป็นผู้นำก็จะถูกวิจารณ์อย่างนี้แหละครับ ที่พูดที่จาเหมาะกับความเป็นประธานาธิบดีไหมเจ้าตัวก็บอกว่าผมก็เป็นมนุษย์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่าตนอาจจะหัวโบราณก็ได้ ในแง่มุมนี้ ตนมองว่า ถ้าเราอยากจะรักษาเกียรติตำแหน่ง เราก็ต้องไม่อนุญาตให้เป็นมนุษย์เหมือนกัน คือเป็นมนุษย์เป็นในส่วนภายใน แต่เมื่อสวมตำแหน่งตรงนี้อยู่ต้องรักษามาตรฐานบางอย่าง ตนว่าถ้าทำอย่างนี้ มันก็จะเป็นความเป็นธรรมมั้งสองฝ่าย ก็เหมือนกับตอนหลัง ท่านก็พยายามปรับตัว ไม่แสดงอารมณ์อะไรต่างๆ  เพราะว่าก่อนหน้านี้ต้องยอมรับว่า ความจริงย้อนมา 4 ปีเนี่ยสมัยแรกๆ อาจจะหนักกว่านี้ไหม ที่ตอบโต้อะไรต่างๆ ท่านก็พยายปรับตัวของท่านมา

เมื่อถามว่าตอนก่อนรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ ดูสุขุมกว่านตอนนี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า เพราะสถานะมันแตกต่างกัน การเป็นข้าราชการระดับสูง การเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ ระดับของการตรวจสอบหรือระดับของการที่จะต้องมารับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการให้ความคิดความเห็นความอ่านในเรื่องต่างๆ มันต่างกัน อย่างน้อยที่สุดในส่วนของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้บัญชาการเหล่าทัพเนี่ย หนึ่งก็คือความรับผิดชอบก็อยู่ในวงงานของท่าน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า แล้วก็ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งก็คือในแง่การทำงานของสื่อมวลชนเอง สื่อเฉพาะด้านเขาก็จะมี ความคุ้นเคยของการทำงานแล้วก็ประเด็นต่างๆ มันไม่ใช่ประเด็นที่ต้องปะทะกันให้ข้อมูลซึ่งกันและกันความสัมพันธ์มันก็จะแบบหนึ่ง แต่สื่อการเมืองที่ทำข่าวการเมือง เขาต้องถามทุกเรื่อง หลายครั้งข้อมูลในแต่ละเรื่องก็จะไม่ลึก ไม่ใช่ว่าสื่อไม่ต้องปรับตัว มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าแต่ละเรื่องที่มันเกิดขึ้น เวลาสื่อฝ่ายการเมืองต้องมาซักถามนักการเมืองเนี่ย ถ้าต้องทำการบ้าน มันไม่ใช่ง่ายๆ ข้อกฎหมายเป็นอย่างไร ประวัติศาสตร์เรื่องนี้เป็นอย่างไร เปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนก่อนเป็นอย่างไร

“ผมก็เห็นใจ เพราะว่าจะให้คาดหวังให้สื่อมวลชนทราบเรื่องเหล่านี้หมดก็คงไม่ได้ แต่ก็ต้องยอมรับแหละว่าพอเขามุ่งเรื่องการตรวจสอบและบางครั้งเนี่ยประเด็นก็เป็นเพียงกลายเป็นว่าอยากจะถามความเห็นต่อความเห็นที่คนอื่นแสดงกลับไปกลับมา บรรยากาศมันก็มีความเสี่ยงสูงต่อการที่จะทำให้เกิดการปะทะหรืออารมณ์ทะเลาะเบาะแว้งกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

พรรคประชาธิปัตย์

ไลฟ์สด รายการ "ต้องถาม" กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี เวลาประมาณ 9.30 น. เป็นต้นไป #DemocratTH #พรรคประชาธิปัตย์

โพสต์โดย Democrat Party, Thailand พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2018