ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานวันต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2561 ว่า วันนี้อยากบอกสื่อ ประชาชนทั้งประเทศ บอกบรรดานักการเมือง กลุ่มต่างๆ นักวิชาการ เด็ก นิสิต นักศึกษา  เราควรต้องร่วมมือกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย สร้างสิ่งที่ดีออกมาให้คนอื่นได้รับรู้มากกว่า จะไปทำสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย หรือทำอะไรที่ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ประเทศของเราไม่มีเสถียรภาพ ซึ่งตนพูดมาแล้วหลายครั้งว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คือการมีเสถียรภาพของประเทศ วันนี้บ้านเมืองไม่มีการปั่นป่วน ไม่มีการปิดถนน แต่สิ่งที่เราเจออยู่ในขณะนี้ก็คือการใช้โซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ซึ่งไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศไทย แต่ยอมรับว่า เรื่องเหล่านี้อาจสร้างกระแสความนิยมในการบริโภคได้ แต่ประเทศไทยเสียหาย ตนก็พูดได้เพียงเท่านี้ไม่ได้ไปบังคับอะไรใคร

“การที่เข้ามาวันนี้ ผมอยากจะบอก ผมคิดของผมเอง ขอพูดให้ฟังว่า 4 ปี ที่ผ่านมา ผมพยายามที่จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด คือ การทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ เป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่า ผมบอกเสมอว่า ตัวเองก็มีความเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นความผิดของผมมีเพียงอย่างเดียวที่ผมรู้คือ ความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษย์จะต้องมีความผิดพลาด มีโมโห มีโกรธ นี่คือความเป็นมนุษย์ของผม เพราะฉะนั้นในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะต้องมีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเรื่องสมมติออกมา ผมเป็นมนุษย์ ผมเป็นคน และผมทำงานเพื่อคน เพื่อประเทศไทยเพื่อคนไทย ผมก็ต้องเป็นของผมแบบนี้ แต่ผมทำหน้าที่ตรงนี้ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีสำหรับประเทศและต่างประเทศ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าหลายคนพยายามที่จะทำลายเกียรติยศของนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่ผมเพราะนี่คือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า เทียบง่ายๆนี่คือ ผู้นำในการบริหารประเทศ แล้วพวกสื่อก็เขียนกันไปกันมาจนตำแหน่งนี้เฟลไปทั้งหมด พวกคุณทำกันไปเพื่ออะไร แล้ววันข้างหน้าคุณคิดกันว่า นายกรัฐมนตรีประเทศไทยต้องเป็นอย่างนี้หรือ ต้องถูกด่าถูกว่า  ให้ร้าย ใช้คำผรุสวาทตามโซเชียลมีเดียอย่างนี้หรือ สื่อต้องแก้ไข ไม่เช่นนั้นพอคนเข้ามาก็เป็นแบบเดิม ก็ไม่รู้จะทำกันไปทำไม แล้วแล้วมันดี แต่ก็ไม่ได้ดี พอทำไม่ดีก็ไม่ดี แล้วแต่พวกแล้วแต่ชอบ ผมคิดว่า เป็นแบบนี้ประเทศไทยไปไม่ได้ ตนยอมรับว่า ตนมีความผิด คือ การมีความเป็นมนุษย์สูงและได้นั่งทบทวน 4 ปี ที่ผ่านมาว่า ตนกำลังทำอะไรอยู่ ข้อเท็จจริงคือ ตนทำหน้าที่ แต่ก็กำลังนึกว่า แล้วกำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ ต่อสู้เพื่อจะไปสู่ตำแหน่งที่ไม่อยากเป็นมาก่อน เพื่อจะรักษาอำนาจ ผลประโยชน์ของตน ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะสิ่งที่ทำวันนี้สิ่งที่ตั้งใจคือจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ แล้วทุกอย่างดีขึ้นหรือไม่ ตนไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องต่อสู้เพื่อให้ได้อยู่ได้นาน ทั้งหมดก็สุดแล้วแต่ประชาชน จะเห็นว่า วันนี้อะไรดีขึ้น อะไรที่มันแย่ลง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในความคิดของตน มันมีปัญหาเยอะเราอาจจะแก้ได้สัก 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้แก้เลยไม่ใช่หรือ ที่ผ่านมาปัญหาต่างๆหลายเรื่องไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้เข้ามาแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหา ทั้งเรื่องการค้ามนุษย์ การแก้ไขกฎหมาย ถือเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นขอให้สื่อทุกคน ขอให้ช่วยกันด้วย ตนไม่ได้รังเกียจสื่อ ไม่ได้เอาใจสื่อ แต่เราเป็นประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นคนไทย ประเทศไทยจะต้องไม่ทำลายประเทศไทยของเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการสร้างความเข้าใจ การาบิดเบือน การใช้ความรู้สึกในการวิพากษ์วิจารณ์ ไม่มีใครอยากทำงานให้ท่านหรอก จะมีแค่บางพวกเท่านั้นที่อยากทำให้ เอาใจคนเป็นกลุ่มๆไป แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีตรงนี้เป็นหน้าที่ที่มีเกียรติ หน้าที่ที่สำคัญคือดูแลประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะพรรคไหน จะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล นายกรัฐมนตรีต้องอยู่ตรงกลาง เพื่อจะบังคับวิถีให้ทุกอย่างลงไปสู่ทุกจังหวัด ถึงทุกคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย ซึ่งมันไม่ง่ายนักหรอก แต่ถ้าสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และวางพื้นฐานที่ดีไว้ให้ก็น่าจะดีกว่าที่ไม่มีอะไรเลย มันจะกลายเป็นอย่างที่ทุกคนพูดว่ามันสูญเปล่า

“ผมไม่เห็นมันจะสูญเปล่าตรงไหน เพราะผลงานก็ปรากฎออกมาเยอะแยะไปหมด เป็นร้อยเป็นพัน แต่ท่านก็มาบอกว่า สูญเปล่า ท่านบอกว่า ลงจากหลังเสือ ผมไม่ได้คิดว่า ผมขึ้นเสือตรงไหน หรือเป็นเสือที่ไหน วันนี้ผมขอพูดเปิดใจหน่อยก็แล้วกัน แล้วผมจะดูต่อไปแล้วกันว่า จะได้รับความร่วมมือแค่ไหนอย่างไร เพราะถ้ามันพูดกันไม่รู้เรื่องวันหน้าก็ไม่พูดกันก็แค่นั้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว