“โสภณ” เปิดกิจกรรม “ตามหาสภาจำลอง” มุ่งส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้วิถีประชาธิปไตย พร้อมเปิดรับฟังแนวคิดคนรุ่นใหม่

25

รัฐสภา, วันที่ 14 กรกฎาคม นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธี เปิดกิจกรรม “ตามหาสภาจำลอง (Model Parliament)” โดยมี นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางนภาจรีย์ จิวะนันทประวัติ ผู้แทนมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ประเทศไทย ผู้สนับสนุนกิจกรรม พร้อมผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ คณาจารย์ และนักเรียน ร่วมพิธี

นายโสภณ กล่าวว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยจะมีความสมบูรณ์และสามารถนำพาสันติสุขมาสู่ประชาชนได้หรือไม่นั้น ส่วนสำคัญยิ่งประการหนึ่งคือรัฐสภา เพราะประชาธิปไตยคือการปกครองโดยประชาชนและเพื่อประชาชน หากประเทศของเรามีขนาดเล็ก ทุกคนคงสามารถมาร่วมประชุมเพื่อตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง แต่ในความเป็นจริง เราจำเป็นต้องมีผู้แทน เข้ามาทำหน้าที่นี้ ซึ่งรัฐสภาประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนของเนื้อหา คือ ญัตติ ร่างกฎหมาย หรือวาระต่าง ๆ ที่ถูกนำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ และส่วนของบุคคลคือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือตัวแทน ที่จะเข้ามาทำหน้าที่พิจารณาเรื่องราวเหล่านั้น

เช่นเดียวกับเยาวชนทั้งหลายจากทั้ง 4 โรงเรียนในวันนี้ ที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นตัวแทนในการร่วมกิจกรรมสภาจำลอง จึงต้องการให้พวกเราได้เรียนรู้จากสภาจริงที่กำลังดำเนินอยู่ ได้สะท้อนมุมมองว่า สิ่งที่เห็นจากข่าวสารกับการประชุมสภาที่เกิดขึ้นจริงนั้น ตรงกับสิ่งที่พวกเราคาดหวังหรือต้องการให้เป็นหรือไม่  กิจกรรมที่สภาผู้แทนราษฎรจัดขึ้นในวันนี้ เกิดจากความมุ่งหวังที่ต้องการผสานความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เข้ากับประสบการณ์ของคนรุ่นเก่า เยาวชนเปรียบเสมือนผ้าขาวที่มีพื้นที่สมองเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ และพร้อมที่จะสร้างสรรค์ ในขณะที่ผู้ใหญ่อาจมีกรอบความคิดที่ถูกฝังรากลึกและเปลี่ยนแปลงได้ยากกว่า

นายโสภณ กล่าวว่า นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่สังคมและเยาวชนไทยมักยังขาดอยู่ คือการกล้าแสดงออกในที่สาธารณะ สภาจำลองแห่งนี้จึงเป็นเวทีที่ส่งเสริมให้เยาวชนกล้าคิด กล้าพูด และกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ประสบการณ์จริงที่ได้รับจากการลงมือทำและการใช้เวทีเสมือนจริง จะมีคุณค่ามากกว่าเพียงการเรียนรู้จากตำรา ผู้ที่ประสบความสำเร็จล้วนเริ่มต้นจากความมุ่งมั่นและการฝึกฝนกล้าแสดงออกทั้งสิ้น หากเรามีความฝันต้องการเป็นอะไร เราต้องลงมือทำและไขว่คว้าด้วยตนเอง

ทั้งนี้การใช้สิทธิในระบอบประชาธิปไตยต้องใช้อย่างมีขอบเขต และก่อให้เกิดประโยชน์ ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงความถูกต้องของเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว และไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิเสรีภาพโดยไร้ขีดจำกัด แก่นแท้ของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุดคือการใช้เหตุผล เป็นการอธิบายและโน้มน้าวด้วยข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้ที่เห็นต่างเกิดความเข้าใจและคล้อยตาม แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จนต้องนำไปสู่การลงมติ เมื่อผลโหวตออกมาเช่นไร ทุกฝ่ายก็ต้องให้ความเคารพกติกา สังคมจะเดินหน้าต่อไปได้ก็ต่อเมื่อเรารู้จักยอมรับผล ไม่ใช่การใช้กำลังหรือการประท้วงบนท้องถนนเมื่อฝ่ายตนไม่ชนะ เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายของประชาธิปไตยที่แท้จริง

“เพื่อเป็นการต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ นอกเหนือจากรางวัลชนะเลิศการแข่งขันสภาจำลองระดับทีม ขอท้าทายความสามารถของเยาวชนทุกคนด้วยการประกวดคลิปวิดีโอสั้นแบบรายบุคคล ในหัวข้อ “สภาผู้แทนราษฎรในอุดมคติของฉัน” ความยาวไม่เกิน 1 นาที โดยสามารถใช้เทคนิคการพูดบรรยาย หรือใส่ข้อความประกอบได้อย่างอิสระ โดยให้ตัวแทนแต่ละโรงเรียนรวบรวมคลิปวิดีโอของตนเอง ส่งให้เจ้าหน้าที่รัฐสภาภายในช่วงก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ ผู้ชนะอันดับที่ 1 ของแต่ละโรงเรียน (รวม 4 โรงเรียน) จะได้รับเงินรางวัล 2,000 บาท และผู้ชนะเลิศสูงสุดระดับรวมจากทั้ง 4 โรงเรียน จะได้รับเงินรางวัลเพิ่มอีก 3,000 บาท” ประธานรัฐสภา กล่าว

ซึ่งกิจกรรมนี้ ต้องการรับฟังความคิดเห็นอันบริสุทธิ์ว่าเยาวชนมีความฝันและอุดมคติที่ต้องการเห็นสภาแห่งนี้เป็นอย่างไร ความคิดของเยาวชนจะถูกนำมาใช้เป็นแนวทางเพื่อให้ผู้ใหญ่ได้ปรับปรุงการทำงานในสมัยประชุมต่อไป

สำหรับโครงการ “ตามหาสภาจำลอง (Model Parliament)” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ในกระบวนการนิติบัญญัติให้กับเยาวชน ผ่านการแสดงบทบาทสมมติการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเยาวชนจะมีโอกาสได้เรียนรู้บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมสภาผ่านการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-initiated Study) ตลอดจนรับฟังบรรยายจากผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทำให้เยาวชนเกิดความกระตือรือร้นในการศึกษาหาความรู้ เป็นการสนับสนุนการเรียนรู้ระบบรัฐสภาที่ทำให้การเมืองอยู่ใกล้ตัวเยาวชนมากยิ่งขึ้น