อย่าโยนปัญหาการปราบยาเสพติด ให้กับตำรวจเพียงหน่วยเดียว

ช่วงนี้เกิดปัญหาทางอาชญากรรม ที่เกี่ยวกับยาเสพติด ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเราถี่ยิบ สังคม สื่อ สังคม นักวิพากษ์ รวมถึงกระแสสังคม มักจะพุ่งเข้าหาตำรวจพร้อมทั้งโทษ องค์กรตำรวจหน่วยเดียว ขอใช้ภาษาดิบๆ ว่า สากกะเบือ ยันเรือรบ คือ เหมาทุกเหตุการณ์ ว่า ตำรวจ บกพร่อง ไม่ใส่ใจ เกียร์ว่าง เลว มีทัศนคติในทางลบไว้ก่อน เป็นธรรมแล้วหรือ.?

ในความเป็นจริงแล้ว มีน้อยคนนัก ที่จะมองตำรวจอย่างเข้าใจว่าหน้างานขององค์กรตำรวจ มีหน้างานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบ เมื่อตำรวจที่ดีๆ ถูกรุมพิพากษ์ แบบใช้อารมณ์ มีอคติ ก็ทำให้ ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์ ที่แท้จริง หลายๆ นาย เกิดความท้อแท้ แล้วเมื่อตำรวจน้ำดีท้อแท้ หมดกำลังใจ ก็จะทำงาน แบบเช้าชามเย็นชาม ไร้จิตสำนึก ผลก็จะตกอยู่กับ ประชาชนที่เป็นสุจริตชน ต้องเดือดร้อนจากปัญหาต่างๆ ยาเสพติดเอย อาชญากรรมทางเทคโนฯ เอย ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ก็ตามมา นั่นคือสังคมโดยรวมไม่มีความสงบสุข

ถ้าหากมองและคิดแบบเป็นธรรมแล้ว จะเห็นได้องค์กรตำรวจ นั้นถึงแม้กำลังพลมากถึงแสนกว่านายก็จริง แต่ก็ได้กวาดบ้านตัวเองอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากที่ประชุม ก.ตร. ให้มีมติ ให้ไล่ออก ปลดออก ให้ออก ถูกลงโทษ ทั้งวินัย และอาญา ให้เห็นแต่ละปี จำนวนหลายร้อยนาย “ประดู่แดง” ถามกลับว่า มีหน่วยงานของรัฐ หรือ องค์กรอื่นๆ กี่กระทรวง ทบวง กรม ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่บริสุทธิ์ ผุดผ่อง จริงเหรอ .? เจ้าหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม กล้ากวาดบ้านตัวเองแบบตำรวจหรือไม่.? เมื่อพูดแบบนี้ พวกนักวิพากษ์ ที่ ดีเอาใส่ตัว ชั่วใส่ตำรวจ อาจจะออกอาการ ต่อต้านกันว่าไม่จริง แต่ถ้าหากมองด้วยใจที่เป็นธรรมแล้ว “ประดู่แดง” ยืนยัน เดินยัน นอนยันได้เลย ว่าข้าราชการที่ทำงานหนักมากที่สุดคือ ตำรวจ นะครับ

ยังไงก็อยากให้ สังคมออกมาชื่นชมตำรวจบ้าง หรือถ้าหากลำบากใจที่จะชื่นชมตำรวจ ก็ขอเพียงแค่ หยุดวิพากษ์ แล้วมองตำรวจด้วยใจที่มีคุณธรรมบ้าง แค่นี้ก็จะทำให้ตำรวจน้ำดีที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย ได้มีกำลังใจเกิดพลังในการปฎิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถ เมื่อกำลังการขับเคลื่อนของตำรวจเป็นบวก ประชาชนก็จะมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มากขี้น จริงไม่จริง.?

ทีนี้กลับมาดูปัญหาเรื่องยาเสพติด ที่กำลังระบาดหนักให้เห็น แถมมีเหตุคลั่งยา รายวันในทุกพื้นที่ ถึงแม้จะมีผลการจับกุม ดำเนินคดีที่มากขึ้น มีการตัดตอนยึดทรัพย์กลุ่มทุนด้านยาเสพติดมากกว่าทุกๆ ปี แต่การปราบปราบผู้เสพ ไม่สามารถทำได้ตามเป้า กลับตรงกันข้าม เพราะตัวกฏหมายระบุใว้ว่า “ผู้เสพ คือผู้ป่วย” ตำรวจแทบจะเตะต้องผู้เสพไม่ได้เลย จับไป ก็ต้องส่งสถานบำบัด สถานบำบัดบางที่ก็ขาดงบประมาณที่ต้องใช้ในการบำบัดผู้เสพได้เต็มที่ หรือบางที่ก็ย่อนยาน ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดชอบ อย่างเช่น กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ฯ ต้องเข้ามาบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ในข้อเท็จจริงต้องยอมรับว่า ขณะนี้การบำบัดใช้ไม่ได้จริง ผู้เสพเข้าๆ ออกๆ สถานบำบัดจนเป็นขาประจำหน้าเดิมๆ บางรายก็หนีออกมาจากสถานบำบัด ตำรวจเองก็เหนื่อยใจที่จะจับตัวส่งสถานบำบัด ปล่อยเกียร์ว่างบ้าง เพราะตำรวจยังมีหน้างานอื่นอีกมากมายที่จะต้องทำ จึงปรากฏเป็นข่าวคลั่งยาก่อเหตุ ฆ่าพ่อ แม่ ภรรยา ญาติ คนใกล้ชิดของผู้เสพเองรายวัน

“ประดู่แดง” ฟันธงให้เลย ปัญหายาเสพติดจะไม่มีทางแก้ได้ หากปล่อยให้ตำรวจทำงานแต่เพียงหน่วยเดียว มีทางเดียวที่จะแก้ปัญหายาเสพติด ได้ คือทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจัง (จริงจัง นะจ๊ะ) ไม่ใช่บูรณาการแค่ในที่ประชุม พอประชุมเสร็จแยกย้ายตัวใคร ตัวมัน รัฐบาลเองต้องลงมากำกับดูแลอย่างจริงจัง ต้องกำหนดให้เป็นนโยบาย “วาระแห่งชาติ” ต้องร่วมกันแก้ปัญหานี้

คำถาม …? ถึงทหาร ตชด. ที่มีหน้าที่ดูแลชายแดน ปล่อยให้ยาเสพติดหลุดเข้ามาได้ยังไง ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน, กำนัน , อบต., อบจ., นายอำเภอ, ผู้ว่าราชการ ไม่รู้เหรอว่า เส้นทางลำเลียงใช้เส้นทางไหนมั่ง การข่าว บช.ส., สมช., กอ.รมน., ปปส., บช.ปส., ศรภ. ตำรวจฝ่ายสืบสวนท้องที่ทุกโรงพักฯลฯ ไม่มีข้อมูลเหรอ ถามจริง ๆ.?

เลิกซะทีเหอะนะ ..!!! ที่โทษแต่ ตำรวจ ยาเสพติดระบาดหนักขนาดนี้ รัฐบาลยังต้องนั่งรอให้ตำรวจทำงานอยู่ฝ่ายเดึยว ผู้นำรัฐบาลต้องคิดให้หนัก แล้วเร่งขับเคลื่อนนโยบาย ปราบปรามยาเสพติดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ก่อนเยาวชน ลูกหลานของพวกเราจะเดินสู่ เส้นทางยาเสพติด มากกว่านี้ นึกซะว่าเป็นบุญกับเยาวชนของชาติ นะ ให้ได้สักเรื่องเหอะครับท่านผู้นำ อยู่มา 8 ปี แระ….“การป้องกัน ย่อมดีกว่าการปรามปราม” นะจ๊ะ…!!!