ชีวิตคนไทย ตายง่าย ไม่เจริญ ดำเนินไปเหมือนกล่องสุ่ม

12

ทุกท่านพอจะรู้จัก “กล่องสุ่ม” ว่าเราจะได้ ตัวหายาก (ซีเครต) ผ่านการเสียเงินซื้อสุ่ม จุ่ม ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอแจ๊คพอต เปรียบเสมือน ที่เราเกิดมาใช้ชีวิตต้องจ่ายภาษี แต่ไม่มีคุณภาพในการดูแล วันนี้คุณเดินไปอาจจะเจอฝ้าเพดานถล่มใส่หัวตาย คุณอาจจะอยู่ในขบวนรถไฟโคราชแล้วเครนตกลงมา คุณอาจจะขับผ่านถนนพระรามสองแล้วเจอแจคพอต หรือคุณผ่านวงเวียนใหญ่ถนนจะยุบ บ้านคุณที่อยู่มานานๆ ก็ทรุด หรือคุณอาจจะแค่ไปฉลองวันเกิดเพื่อนในร้านเหล้าแล้วสำลักควันตาย ไม่ก็ถูกไฟไหม้คลอกสด ๆ

เรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยไม่ต้องไปไกล นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นหลายกรณี ซึ่งบางคดีส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนเป็นอย่างมาก แต่แล้วหลังจากเกิดเหตุและเป็นข่าวดังอยู่ช่วงหนึ่ง กระแสสังคมก็เริ่มเงียบหายไปตามกาลเวลา ราวกับว่าไม่เคยมี “บทเรียน” ไม่เคยจดจำ ไม่เคยทำให้ “วาระความปลอดภัย” ที่สำคัญ ทำได้จริง ๆ

ผมขอยกเหตุการณ์ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในปี 2569 เหตุสด ๆร้อน ๆ ค่ำคืน12ต่อ13 ก.ค.เพลิงไหม้ครั้งใหญ่โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ณ สถานบันเทิง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียขีวิตอย่างน้อย 28ราย

ส่วนตัวขอฟันธงให้ไม่เกิน3วัน แล้วข่าวคราวการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงการเอาผิดกับเจ้าของอาคารหรือผู้รับผิดชอบเรื่องระบบความปลอดภัยและการต่อเติมอาคารจะถูกลดความสนใจไป จนค่อย ๆเลือนหายจากหน้าสื่อ

สื่อก็นำเสนอ “ตามความสนใจของสังคม” ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและฉับพลันว่ามีเรื่องใหม่ๆเข้ามา อะไรที่เคยเกิดขึ้นก็ทำได้ลางๆ หันไปสนใจไปวิพากษ์วิจารณ์และ สลดหดหู่กับเหตุการณ์ใหม่ๆแทน

อาแค่ใช้ชีวิตปกติ อยู่กรุงเทพฯหรือประเทศ นี้ คดีความไม่ปลอดภัยในชีวิต คดีอุบัติเหตุบนท้องถนน รวมถึงอุบัติเหตุทางโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นข่าวดังในประเทศ ตั้งแต่ช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา หลายเหตุการณ์กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องมาตรการความปลอดภัยและ “ไม่มีใครต้องรับโทษ” ก่อนจะเงียบหายไป

ข่าวเด็กขับรถชนพระ: โศกนาฏกรรม “เด็ก 11 ขวบ ซิ่งกระบะชนพระธุดงค์” ที่ผู้ขับขี่เป็นเด็กชายอายุเพียง 11 ปี แอบขับรถออกมาลำพัง ต่อมาทรายว่าเด็กคนดังกล่าวมีภาวะเป็นเด็กพิเศษ และคาดว่าจดจำวิธีการขับรถมาจากผู้ปกครองที่ขับไปส่งโรงเรียนทุกวัน มีพระสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องมรณภาพและเสียชีวิตรวมสูงถึง 10 ชีวิต

หรือใน 2569 มีเหตุการณ์ผิวจราจรทรุดตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานครเกิดขึ้นไล่เลี่ยกันในเดือนกรกฎาคม จนทำเอาคนกรุงผวาเรื่องความปลอดภัยใต้พื้นผิวถนน
จุดที่ 1 บริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ บริเวณจุดก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า ส่งผลให้อาคารพาณิชย์โดยรอบเกิดรอยร้าวใหม่และเริ่มมีสัญญาณเอนตัวเล็กน้อย จนเจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดจราจรทุกช่องทาง

มิวาย เกิดจุดที่ 2 ถนนจักรเพชร ก่อนถึงเมก้าพลาซ่า สะพานเหล็ก เกิดเหตุถนนยุบตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ตรงช่วงทางลงจากสะพานพระปกเกล้า มุ่งหน้าสะพานเหล็ก เจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดการจราจรไป 2 ช่องทางทันที ยังไม่นับข่าวเครนถล่ม มหากาพย์ความไม่ปลอดภัยบน “ถนนพระราม 2” ที่ยังคงเป็นพื้นที่อันตรายในแง่ของอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง โดยในปี 2569 มีเหตุใหญ่อยู่ 2 ครั้ง


1.เครนลอนเชอร์ถล่ม (มกราคม 2569): โครงสร้างเครนลอนเชอร์ (เครนขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับยกติดตั้งคานคอนกรีตสำเร็จรูป) เกิดพังครืนถล่มลงมาทับรถยนต์ที่สัญจรไปมาบนถนนพระราม 2 ด้านล่าง สภาพโครงสร้างเหล็กบิดเบี้ยวและเสี่ยงต่อการทรุดตัวซ้ำ เหตุการณ์นี้มี ผู้เสียชีวิตค้างในซากรถ 1 ราย และการจราจรเป็นอัมพาตนับสิบชั่วโมง

ครั้งที่ 2 ปั้นจั่นตอกเสาเข็มล้ม (9 กรกฎาคม 2569):
เกิดเหตุปั้นจั่นขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับตอกเสาเข็มล้มคว่ำระหว่างปฏิบัติงานก่อสร้างช่วงจุดยูเทิร์นสะพานคลองหลวง พื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร (เส้นพระราม 2 ขาออก) ส่งผลให้ คนงานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที 1 ราย

ทุกครั้งที่เกิดเหตุบนถนนพระราม 2 จะมีกระแสเรียกร้องให้สั่งพักงานบริษัทผู้รับเหมา รวมถึงการตรวจสอบมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเข้มงวด แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ โครงการก่อสร้างก็ได้รับอนุญาตให้ดำเนินงานต่อ จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุครั้งใหม่ขึ้นมาซ้ำเล่า อุบัติเหตุในลักษณะนี้มันจะสะท้อนความหละหลวม มาตรฐานการควบคุมไซต์ก่อสร้างภาครัฐ ซึ่งพอเรื่องเงียบไป มาตรการป้องกันเชิงรุกมักไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง จนกว่าจะเกิดเหตุสลดครั้งต่อไป แล้วมาพูดเรื่อง “ถอดบทเรียนกันใหม่”

นี่ยังไม่ทันนับเคส รถไฟชนรถเมล์ที่ชุ่ย พินาศ กระชากความเน่าเฟะไร้ระเบียบของการมีชีวิตอยู่ในประเทศนี้ คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องก็ไม่ต้องลาออก คนได้เงินเยียวยาน้อยนิดก็เงียบไป รอคดีใหม่ๆ เกิดขึ้น

พอหรือยังกับการละเลยขีวิตคนหาเช้ากินค่ำ คนใช้ชีวิคในประเทศนี้ทุกคน อย่าให้ความอับจนทางเศรษฐกิจ ถูกซ้ำเติมด้วยความอัปจนปัญญาในการแก้ไขปัญหา ถ้าทำงานไม่ได้ ยกวาระเร่งด่วนไม่ได้ ทำให้ทุกคนตระหนักความปลอดภัย ผ่านการกำกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ไม่ได้ ก็ออกไปซะ เพราะไม่รู้ว่าการเสียภาษีโดยมีชีวิตเหมือนกล่องสุ่มนี้จะต้องมีสภาพแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ตรายใดที่คนมีอำนาจเกี่ยวข้องไม่จริงใจ ไม่จริงจัง!!