สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ไม่ได้มีแต่โกงกันนะ แต่ที่นี่มีธนาคารย่อมๆ ของตัวเอง ฝาก ถอน กู้ได้หมด

15

ที่ผ่านมามีสหกรณ์จำนวนไม่น้อย ที่ล้มหายตายจาก อันเกิดจากสาเหตุหลัก กรรมการบริหารไม่เข้มแข็ง ขาดระเบียบวินัยในการบริหาร บางส่วนขาดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ แต่ไม่ใช่กับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด แห่งบ้านโคกสะอาด ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ที่นอกจะมีความเข้มแข็งของทั้งกรรมการและสมาชิกแล้ว ยังมีสถาบันการเงินของตัวเอง เสมือนธนาคารย่อมๆ ให้สมาชิกได้ฝาก ถอน กู้เงิน ได้ตามความเหมาะสมเกี่ยวกับเรื่องนี้

นายณฤทธิ์ บุญชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงการดำเนินงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด แห่งบ้านโคกสะอาด ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร โดยเฉพาะบทบาทสถาบันการเงินที่เข้มแข็งว่า ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชน ที่มีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และคนในชุมชน โดยจุดเริ่มต้นจากความเดือดร้อนของชาวบ้านในอดีต ที่ประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการทำการเกษตร แต่การเข้าถึงแหล่งทุนในระบบธนาคารเป็นไปได้ยาก

เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงแกนนำชุมชนและชาวบ้าน จึงร่วมศึกษาแนวคิดการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์แบบเครดิตยูเนี่ยน โดยเน้นหลักการช่วยตนเอง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ด้วยการรณรงค์ให้สมาชิกสะสมเงินอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบของหุ้น ส่งเสริมการออมสร้างวินัยทางการเงินให้แก่คนในชุมชนทุกวัย เน้นการออมทีละเล็กละน้อย และบริการสินเชื่อปล่อยกู้ที่เป็นธรรม เพื่อนำไปประกอบอาชีพการเกษตรทำไร่ทำนาเลี้ยงสัตว์ และขยายกิจการร้านค้าในท้องถิ่น แล้วนำกำไรสุทธิมาจัดสรรเป็นทุนสวัสดิการแก่สมาชิก เช่น เงินช่วยเหลือเจ็บไข้ได้ป่วยและเสียชีวิต รวมถึงทุนการศึกษาบุตรหลานของสมาชิก

นายดาวิทย์ พุทธิไสยประธานกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคดี จำกัด อดีตครูโรงเรียนบ้านโคกสะอาด หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการจัดตั้งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด เมื่อปี 2541 ซึ่งก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2525 มีกลุ่มอยู่แล้วชื่อว่า “กลุ่มเครือข่ายเครดิตยูเนี่ยนบ้านโคกสะอาด” ด้วยความที่เป็นชาวบ้านไม่มีความรู้เรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะเรื่องบัญชี การดำเนินงานจึงล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ก่อนที่เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เคยดำเนินการกิจกรรมสหกรณ์โรงเรียนบ้านโคกสะอาดเข้ามาดูแลดูแลระบบบัญชี และมีคณะกรรมการสหกรณ์ฯเป็นตัวจักรในการขับเคลื่อน จนสามารถดำเนินการมาจนถึงวันนี้

“ช่วงนั้นผมเป็นครูโรงเรียนบ้านโคกสะอาดในหมู่บ้าน เนื่องจากว่าเราเป็นครูพอทำเรื่องพวกนี้ได้ พอดีมีเด็กนักเรียนป.6 ที่จะจบออกไป 7คน เคยทำสหกรณ์ในโรงเรียนก็เอามาบูรณาการกลุ่มเครดิตยูเนี่ยนบ้านโคกสะอาด จนเป็นรูปเป็นร่างมีคณะกรรมการ มีระบบบัญชีขึ้นมา พอปี2541 ก็จดทะเบียนจัดตั้งเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคีขึ้นมาแทนกลุ่มเดิม”ประธานสหกรณ์ฯคนเดิมเผยที่มา


หลังพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ตามระบบ มีผลประกอบการดีขึ้นตามลำดับ จากสมาชิกในหมู่บ้านที่มีแค่ 80 หลังคาเรือน ก็มาถึงทางตันทำให้กระบวนการกู้ยืมต่างๆ ไปต่อไม่ได้ จึงเป็นต้องขยายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 2,933 ราย มีบัญชีเงินฝาก-เงินกู้ บัญชีสะสมค่าหุ้นรวมกว่า 6,000 บัญชี ครอบคลุมพื้นที่ 20 หมู่บ้าน ในอ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร มีทุนหมุนเวียนกว่า 128 ล้านบาท

“จุดเด่นของเราไม่ได้พึ่งเงินกู้จากข้างนอกเลย เราเคยกู้เงินกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เคยกู้เงินชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วพยายามเติบโตด้วยเงินทุนของตัวเอง ด้วยการระดมหุ้มระดมเงินฝาก แม้แต่สร้างสำนักงาน 12 ล้านบาท เราก็ไม่กู้ใช้วิธีระดมเงินฝาก ปัญหาหนี้เสียมีน้อยมากมีแค่ 1.24 % สมาชิกส่วนใหญ่มีวินัยทางการเงิน” นายดาวิทย์ระบุ

ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ คนเดิมกล่าวถึงการกู้เงิน กพส.ของกรมส่งสริมสหกรณ์ในอดีตว่า มีส่วนสำคัญอย่างมากในการนำมาต่อยอดส่งเสริมอาชีพแก่สมาชิกมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากสหกรณ์ฯกู้เงิน กพส.ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 แล้วนำมาปล่อยให้สมาชิกในอัตราร้อยละ 3 เพื่อนำไปลงทุนด้านการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการติดตั้งแผงไฟฟ้าโซล่าเซลล์ในไร่นาเพื่อลดต้นทุนการผลิต สหกรณ์ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและนำมาต่อยอดมาจนถึงทุกวันนี้ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปกติของสหกรณ์อยู่ที่ร้อยละ 12 ต่อปี แต่ถ้าสมาชิกมีวินัยการเงินและเครดิตดี เราคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี และเฉพาะกลุ่มเปราะบางคิดอัตราร้อยละ 5 ต่อปี


สมาชิกที่ทำไร่ทำนาต้องการเงินกู้ระยะสั้น เมื่อตอนนั้น 10 กว่าปีที่แล้ว สหกรณ์ไปกู้เงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ ดอกเบี้ยร้อยละ 1 แล้วนำมาปล่อยให้สมาชิกไม่เกินร้อยละ 3 ตามระเบียบที่ กพส.กำหนดถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก วันนี้ถึงแม้เราไม่กู้กพส.แล้ว แต่เราใช้แนวทางนี้ปล่อยกู้ให้สมาชิกเหมือนเดิมโดยใช้เงินทุนของเราเอง” นายดาวิทย์ กล่าว

ประธานสหกรณ์ฯคนเดิมยอมรับว่า ก่อนการปล่อยกู้แก่สมาชิกจะต้องให้สมาชิกรวมกันจัดตั้งกลุ่มอาชีพตามความถนัดของตัวเอง จากนั้นสหกรณ์จะประสานหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา เข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพื่อเตรียมความพร้อมด้านอาชีพแก่สมาชิก จนเกิดเป็นกลุ่มอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง มีพันธุ์ข้าวมากกว่า 300 สายพันธุ์ โดยส่งเสริมสมาชิกทำเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนต่างๆ โดยสหกรณ์จะสนับสนุนด้านเงินทุนให้กับกลุ่มและสมาชิกของกลุ่ม เนื่องจากสมาชิกกลุ่มและสมาชิกสหกรณ์ เป็นคนกลุ่มเดียวกัน มีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว อาทิ สบู่ข้าว น้ำมันรำข้าว แชมพู ครีมบำรุงผิว และอีกมากมาย โดยสมาชิกที่ทำนาปลูกข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง จะทำนาแบบประณีตดั้งเดิมเป็นเกษตรอินทรีย์ 100%


“สหกรณ์ฯ มีสมาชิกเครือข่าย 20 กลุ่มหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านเขาสนใจอาชีพอะไรก็รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตอนนี้มีประมาณ 5 หมู่บ้าน เช่น กลุ่มชาผักหวาน เพิ่งเริ่มมาไม่นาน กลุ่มผลิตภัณฑ์จากผ้าพื้นเมือง กลุ่มทำผ้าย้อมคราม กลุ่มทำหมอนขิด กลุ่มผลิตผ้าขาวม้า แล้วก็กลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยที่สหกรณ์ฯ จะสนับสนุนด้านแหล่งทุน พาสมาชิกไปศึกษาดูงานตามที่ต่างๆ แล้วเชิญอาจารย์สถาบันการศึกษามาถ่ายทอดองค์ความรู้ในสาขาอาชีพที่กลุ่มสมาชิกสนใจ” นายดาวิทย์ กล่าว


อย่างไรก็ตามประธานกรรมการสหกรณ์ฯ ยังได้แจงกรณีเกิดปัญหาการทุจริตในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนต่างๆ ตามที่เป็นข่าว โดยยืนยันว่าจะไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับสหกรณ์ฯ เป็นอันขาด เนื่องจากเราได้เน้นย้ำเรื่องการบริหารงานที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล สมาชิกสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน ซึ่งที่ผ่านมาสหกรณ์ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง โดยรางวัลที่ภูมิใจที่สุด ได้แก่ สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 ได้รับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และรางวัลการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียาเศรษฐกิจพอเพียงในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศ ประจำปี 2566 และได้ผ่านการประเมินให้เป็นองค์กรทางการเงินที่มีความมั่นคง และได้รับการจัดระดับชั้นความเข้มแข็งสหกรณ์ อยู่ในระดับชั้น 1

ด้านนางสาววัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันจังหวัดสกลนครมีสหกรณ์ทั้งสิ้น 89 แห่ง มีสมาชิกทั้งสิ้น 175,283 ราย มีปริมาณธุรกิจรวมของสหกรณ์กว่า 37,967 ล้านบาท และมีกลุ่มเกษตรกร 77 กลุ่ม มีสมาชิกทั้งสิ้น 6,135 คน ปริมาณธุรกิจรวมของกลุ่มเกษตรกรกว่า 241 ล้านบาท โดยเฉพาะสหกรณ์เครดินยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากคณะกรรมการฯและสมาชิกสหกรณ์สูงมาก สหกรณ์จึงไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องหนี้ค้างชำระ เนื่องจากสมาชิกมีรายได้เพียงพอสามารถส่งคืนเงินได้ตามเวลาที่กำหนด สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัด จังหวัดสกลนคร จึงถือเป็นเสาหลักเศรษฐกิจชุมชนของคนในตำบลอุ่มจาน ที่ช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง

ทีมข่าวเกษตร
สำนักข่าวไทยแทบลอยด์ : รายงาน