ผบ.ตร.-ผบช.ภ.1-ผู้การฯนนทบุรีต้องเคลียร์ปม”สภ.รัตนาธิเบศร์”รับแจ้งคดี”เลขาฯพระปกเกล้า”ให้ชัด

10


       การทุจริตคอรัปชั่นกำลังกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยไปแล้ว และมีหลายรูปแบบมีทั้งโกงหน้าด้านๆ โกงแบบแนบเนียน และโกงอย่างมีกลยุทธ์ จะฮิตในกลุ่มมิจฉาชีพที่ชอบสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี วิ่งเต้นให้ได้ตำแหน่งตามหน่วยงานรัฐที่จะต้องมีคณะกรรมการฯจากหลายภาคส่วนคอยติดตามตรวจสอบงานภายใน


             
องค์กรตำรวจเป็นเป้าหมายเบอร์ต้นๆของแก๊งมิจฉาชีพเพราะสามารถสร้างบารมีและให้คุณให้โทษกับตำรวจและชาวบ้านได้ จะเป็นรูปแบบของ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารตำรวจ(กต.ตร.) มีทั้งระดับ กต.ตร.จังหวัดและกต.ตร.โรงพัก
     
บ่อยครั้งที่การแต่งตั้งกต.ตร.มักจะมีพวกมิจฉาชีพหรือพวกธุรกิจสีเทาติดเข้ามานั่งเป็นกรรมการ บางครั้งตำแหน่ง กต.ตร.ถูกใช้เป็นเครื่องมือบีบให้ตำรวจหรือพนักงานสอบสวน จำใจต้องทำตาม ซึ่งข่าวที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี ไม่แน่ใจว่าการรับแจ้งความตำรวจต้องทำเพื่อความจำใจหรือไม่ ? เมื่อนายปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์  ประธานกต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และกต.ตร.บก.ภ.จว.นนทบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวน วันที่ 15 มิถุนายน แจ้งความกล่าวหาเชื่อมโยงไปถึงนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เรียกรับเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการเข้าศึกษาในหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง(ปปร.)รุ่นที่ 30 อ้างว่าสามารถเพิ่มโควต้าเรียนหลักสูตรนี้ได้
   
เนื้อหาข่าวระบุว่าวันที่ 21 สิงหาคม นายปรเมศร์ ได้ไปที่ สภ.รัตนธิเบศร์ ขอถอนแจ้งความ อ้างว่ามีการเจรจาไกล่เกลี่ยคืนเงิน 500,000 บาท เรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครจ่ายให้ใครและใครคืนเงินให้ใคร
     
ขณะที่นายอิสระบอกว่า”ผมถูกกระทบโดยตรง รวมกระทบความน่าเชื่อถือของกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครเข้ารับการศึกษาของสถาบัน จึงได้ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องทันทีนับแต่ได้รับเรื่องเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และวันที่ 24 กรกฎาคม ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้สมัครโดยตรงและทางผู้สมัครยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่เคยเสนอหรือมอบหรือตกลงจะให้เงินหรือประโยชน์ใดแก่บุคคลใดเพื่อแลกกับการเข้าศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว

    “ผมขอยืนยันว่าไม่เคยรับเงินจากใคร จึงไม่เคยคืนหรือให้เงินเพื่อให้ถอนแจ้งความและผมจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้องชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล”นายอิสระระบุ
       

ถ้ามองอย่างวิเคราะห์จากเนื้อข่าวแสดงว่านายปรเมศร์ มีหลักฐานชัดเจนในการจ่ายเงิน พนักงานสอบสวนถึงรับแจ้งความ เพราะปกติแล้วการรับแจ้งความคดีฉ้อโกงพนักงานสอบสวนจะต้องขอดูหลักฐานก่อน ถึงจะรับแจ้ง และคดีฉ้อโกงเป็นความผิดทางอาญา ที่สามารถไกล่เกลี่ยและถอนคำร้องทุกข์ได้ การถอนแจ้งความนายปรเมศร์อ้างว่าไกล่เกลี่ยคืนเงินกันแล้ว
     
ขณะที่นายอิสระผู้กล่าวหายืนยันว่าไม่มีมูลความจริง ไม่มีการรับเงินไม่มีการคืนเงินเพื่อให้ถอนแจ้งความและจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด ดังนั้นถ้าวิเคราะห์จากท่าทีของนายอิสระอนุมานได้ว่าการับแจ้งความและถอนแจ้งความไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันที่ชัดเจน เพื่อความกระจ่างว่า ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์และพนักงานสอบสวน ต้องทำความจริงให้กระจ่างว่าที่รับแจ้งความเพราะมีหลักฐานชัดหรือรับแจ้งเพราะเกรงใจนายปรเมศร์ ในฐานะประธานกต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์  
   
หากว่าไม่ชี้แจงให้สังคมเกิดความกระจ่างเท่ากับว่าตำรวจมีส่วนสร้างความเสียหายให้กับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และบ่งชี้ได้ว่า ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เลือกปฏิบัติ  สร้างความเสียหายไปถึง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี(ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) และคงเป็นตราบาปให้กับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุวันที่ 30 กันยายนนี้
   

หากย้อนดูถึงพฤติกรรมของนายปรเมศร์ จะพบว่าป็นบุคคลที่สร้างโฟร์ไฟล์ให้ดูดี ทำให้ได้รับการยกย่องจากหลายสมาคม ล่าสุดคว้ารางวัลผู้บริหารดีเด่นแห่งปี โครงการแม่ของแผ่นดิน แต่ถ้าย้อนไปช่วงปลายปี 2568 จะพบคดีฉ้อโกง ศาลจังหวัดธัญบุรี ปทุมธานี คดีหมายเลขดำที่ 2461/2568 โดยนายทัศนัย วันคง เป็นโจทย์ ฟ้อง นายชัยเมศร์หรือปรเมศร์ พัชรกุลพงษ์ จำเลยที่ 1 และพวกรวม 2 คน ฐานร่วมกันออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) 14 ฉบับมอบให้โจทย์เพื่อชำระหนี้ ศาลนัดสืบพยานนัดแรก 17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งชื่อของจำเลยไปพ้องกับชื่อของนายปรเมศร์ ไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่คิดว่าคงเป็นคนละคนกัน เพราะระดับประธานกต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ และได้รับรางวัลนักบริหารดีเด่นแห่งปี คงไม่ทำชั่วฉ้อโกงใคร
       
ดังนั้นเพื่อให้สังคมเกิดความกระจ่าง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ผบช.ภ.1 และ ผบ.ตร. ต้องตรวจสอบว่าการรับแจ้งความจากนายปรเมศร์ เกิดขึ้นเพราะหลักฐานชัดเจนหรือเกรงใจเพราะเป็นระธาน กต.ตร.และถ้าให้ดีลองตรวจสอบว่าคดีฉ้อโกง ที่ฟ้องศาลธัญบุรี จำเลยคือคนเดียวกับประธานกต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ หรือไม่ หรือแค่ชื่อพ้องกัน

ถ้าไม่ตรวจสอบให้กระจ่างตำแหน่งประธานกต.ตร.จะกลายเป็นที่ฟอกตัวให้แก๊งต้มตุ๋นไปโดยปริยาย !!!