
วันที่6 พฤศจิกายน 2564 ที่ ห้องประชุมพระยานราภิบาล ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และคณะฯ ร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีนายไพโรจน์ จริตงาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส รศ. ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศอ.บต. พลโท ธิรา แดหวา แม่ทัพน้อยที่ 4 รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
รศ.ดร.บดินทร์ รัศมีเทศ รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวรายงานสรุป ภาพรวมความก้าวหน้าด้านการพัฒนาในพื้นที่ จชต. โดยให้ความสำคัญไปยังการขับเคลื่อนการพัฒนาด่นชายแดนจำนวน 3 ด่าน ทั้งโครงการจัดซื้อที่ดินเพื่อการขยายด่านบูเก๊ะตา จังหวัดนราธิวาสเพื่อเชื่อมต่อด่านศุลกากรให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และโครงการจัดหาเครื่องคัดกรองทางการแพทย์ของด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา และด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เพื่อยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัยทางการแพทย์ให้สูงขึ้นภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 20 19 (COVID-19)

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจการค้าชายแดนช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้จะประสบปัญหาของการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 แต่มูลค่าด้านการค้าชายแดนของพื้นที่ยังอยู่ในระดับสูง และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 มีมูลค่าการนำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 586,374.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ มีมูลค่านำเข้าสินค้าและส่งออกรวม 457,263.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.23 ซึ่งหากมีการพัฒนาต่อเนื่องโดยรอบด้านในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาระบบอำนวยความสะดวก การสร้างความปลอดภัยทางการแพทย์ในการเข้า-ออก จะทำให้มูลค่าการค้าชายแดนสูง และยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้นในภาพรวมต่อไป
อย่างไรก็ตามในที่ประชุม รองนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งบูรณาการในการทำงานร่วมกันเพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต ซึ่งในส่วนของแนวชายแดนนั้นเชื่อว่าหากมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบก็จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้

พลเอก ประวิตร เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการลงพื้นที่เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการพัฒนาจชต. เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับข้าราชการพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ว่ารัฐบาลมีความเห็นใจในการบริหารจัดการทุกอย่างในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ติดแนวชายแดน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีมติให้เปิดประเทศตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 แต่ด้วยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังเป็นพื้นที่ควบคุมเข้มไม่สามารถเปิดด่านชายแดนได้ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ยังไม่ฟื้นตัว แต่ทั้งนี้ทางรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจได้เร่งประสานกับรัฐบาลมาเลเซีย เรื่องการบริหารจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจในการดำเนินงานของรัฐบาลว่าจะสามารถดำเนินการเปิดด่านชายแดนระหว่างประเทศได้ โดยจะต้องมีความพร้อมทุกด้านโดยเฉพาะในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19

ส่วนข้อสักถามเกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินการเปิดพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมงี่งอ จังหวัดนราธิวาส ให้เป็นรูปธรรมนั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการทำประชาพิจารณ์ในขั้นต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากนี้ได้เร่งรัดให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้เร็วที่สุด เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชานแดนภาคใต้ต่อไป
ข่าว/ภาพ : ศอ.บต.

