เก่งแต่ไร้เพื่อน ไม่มีวันสำเร็จ! “โสภณ” ให้โอวาทนักศึกษาฝึกงานสภา เรียนรู้จากของจริง ยึดธรรมาภิบาล-ละอคติ 4 ปลุกคนรุ่นใหม่ อย่าตกเป็นทาสเทคโนโลยีจนลืม “จิตวิญญาณสังคม”

3

รัฐสภา, วันที่ 15 ก.ค. – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวให้โอวาทแก่นักศึกษาฝึกงานที่เข้าร่วมโครงการ “ก้าวแรก”หรือโครงการ “The First Step” ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า การเรียนในห้องเรียนให้เพียงองค์ความรู้ แต่ประสบการณ์ในการทำงานต้องเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งนักศึกษาต้องตักตวงประสบการณ์จากการฝึกงานให้มากที่สุด เพราะสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถสอนได้คือ จิตวิญญาณของการอยู่ร่วมกันในสังคม  ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา หรือผู้ใต้บังคับบัญชา

“คนเก่งแต่ไม่มีเพื่อน ไม่มีทางทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ องค์กรที่เข้มแข็งต้องอาศัยทั้งผู้บริหารและบุคลากรที่มีความสามารถควบคู่กับความสามัคคี หากผู้บริหารเก่ง แต่บริหารคนไม่ได้ หรือบุคลากรขาดศักยภาพ องค์กรก็เดินหน้าได้ยาก” ประธานรัฐสภา กล่าว

นอกจากนี้ นายโสภณยังเน้นย้ำเรื่องธรรมาภิบาล ว่าเป็นหลักสำคัญของการทำงาน แม้จะเป็นเรื่องที่พูดง่ายแต่ทำได้ยาก โดยเฉพาะการละอคติ 4 ได้แก่ ความลำเอียงเพราะรัก เพราะชัง เพราะกลัว และเพราะหลง ซึ่งล้วนส่งผลให้การบริหารงานขาดความเป็นธรรม และทำลายความเชื่อมั่นในองค์กร รัฐสภาเป็นสถาบันที่บ่มเพาะจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตย นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทั้งตัวอย่างที่ดีและสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติจากการทำงานจริง จึงขอให้นำสิ่งที่ดีไปเป็นแบบอย่าง และเมื่อเติบโตเป็นผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาในอนาคต อย่าทำในสิ่งที่ตนเองเคยไม่ชอบเมื่อครั้งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา

นายโสภณ ยังเตือนให้คนรุ่นใหม่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และภูมิอากาศ ไม่ตกเป็นทาสของสื่อดิจิทัล รวมถึงระวังภัยไซเบอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขอให้ยึดมั่นในอุดมการณ์ กล้าฝัน กล้าลงมือทำ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต ยึดมั่นในความดี เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

สำหรับโครงการ The First Step เป็นโครงการสำหรับนักศึกษาฝึกปฏิบัติงาน จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีงบประมาณ 2569 เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพนักศึกษาฝึกงานและสร้างภาพลักษณ์องค์กร เพื่อดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่การทำงานด้านนิติบัญญัติ โดยมีนักศึกษาเข้าร่วม 70 คน จาก 17 สถาบันการศึกษา รวมทั้งนักศึกษาจากสหราชอาณาจักร 2 คน