“ปลัด มท.” รุด รายงานนายกฯ ระหว่างแถลงข่าวคืบหน้าทุจริตสอบ ขรก.ท้องถิ่น แจง “นายกฯ” ไม่มีอำนาจเพิกถอนเอง ต้องเข้าคณะกรรมการ ก กลาง 23 ก.ค.นี้ ส่วนเพิกถอนแล้ว 5,814 ตำแหน่ง ต้องปล่อยว่างจนกว่า ป.ป.ช.จะสอบเสร็จ

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ในการแถลงข่าวความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ช่วงหนึ่งนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อเข้าร่วมการแถลงข่าว
โดยนายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยวันนี้ก็มีการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ซึ่งตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย และก่อนหน้านี้ตนก็ได้มอบหมายปลัดกระทรวงฯ และที่ปรึกษา แต่ปรากฏว่าก็มีชื่อที่ต้องถูกสอบสวนด้วย ตนจึงเข้าประชุมในวันนี้ด้วยตัวเอง และนายกรัฐมนตรี อยากให้รู้ว่า กสถ. ได้พิจารณาเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีการประชุมตรวจสอบตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาดูความผิดปกติของผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว โดยเราบรรจุไปแล้ว 3 รอบ จำนวน 15,000 คน โดยในจำนวนนี้ มารายงานตัว 14,988 คน จาก 15,520 คน ซึ่งเป็นผู้ที่สอบได้แล้ว แต่ไม่มารายงานตัว 520 คน ก็ไม่ทราบเหตุผลที่ไม่มาว่า อาจเพราะเหตุผลกลใดก็สุดแล้วแต่
อย่างไรก็ตาม เราก็เอาคะแนนของคนที่มารายงานตัวมาตรวจสอบกับคะแนนที่อยู่ในตู้เซฟที่เป็นคะแนนดิบในกระดาษคำตอบ ซึ่งด้านข้างกระดาษคำตอบ จะระบุว่าได้คะแนนเท่าไหร่ โดยรายชื่อที่เอามาประกาศผลเพื่อบรรจุ เมื่อเอามาประกบกันกับกระดาษตำตอบแล้ว จะพบว่าคะแนนไม่ตรงกัน 5,814 คน ซึ่งเราได้จำแนกว่า จำนวนดังกล่าวมาจากส่วนใดบ้าง จึงเป็นที่มาว่า กลุ่มแรก คือคนที่คะแนนถูกอัพมามาก จากที่ควรจะสอบตกไปแล้ว แต่มีการอัพเพื่อให้สอบได้ และเข้ารอบต่อไป 3,621 คน
กลุ่มที่สอง คือคนที่ทำคะแนนได้ แต่ถูกอัพคะแนนเพิ่มขึ้นเพื่อให้อยู่ในอันดับต้นๆ ตามสันนิษฐาน จำนวน 1,713 คน
กลุ่มที่สาม คือ คนที่คะแนนผิดไป 1 คะแนน และสแกนไม่ชัด ซึ่งเราจะนำไปตรวจสอบกับกระดาษคำตอบของ ป.ป.ช. ที่ถูกอายัดไว้ ซึ่งจะรู้ได้ว่า จำนวนผู้สอบ 480 คนในกลุ่มนี้ จะได้มีหลักฐานที่ชัดเจน ฉะนั้นกรรมการที่เป็น กสถ.รับรอง และให้บรรจุคนเหล่านี้ เพราะเป็นคนที่ ก.กลางมอบหมาย พวกเขาก็ตกใจว่าผิดพลาดได้มากขนาดนี้เลยหรือ จึงมีมติเป็นชอบร่วมกันว่า ในส่วนที่มีคะแนนผิดปกติ 5,814 คน จะต้องมีการส่งต่อไปยังผู้ที่มีอำนาจคือคณะกรรมการทั้ง 3 ก. (ก.จังหวัด, ก.เทศบาล และ ก.องค์การบริหารส่ว) ไปดำเนินการต่อ
ส่วนคำถามที่ว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีไม่ใช่อำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยกเลิกเอง แต่กลับโยนให้คณะกรรมการฯ นายอรรษิษฐ์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของท้องถิ่น ที่กำหนดรูปแบบองค์ประกอบของกระบวนการมา ซึ่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน แต่ต้องมีตัวแทนของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นของ 3 องค์กรดังกล่าว และปลัดเทศบาลของทั้ง 3 องค์กร ก็เป็นจำนวน 6 คนแล้วที่มาจากองค์กรป้องครองส่วนท้องถิ่น และยังมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ผู้ที่ตั้งแต่งเข้ามา แต่เป็นการเลือกกันเองให้เข้ามาในคณะกรรมการ จึงต้องเป็นการประชุมพิจารณาร่วมกัน
หากต้องยกเลิกการบรรจุ 5,814 คนจะต้องทำอย่างไร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต้องมีการนับคะแนนใหม่และนำคนที่คะแนนผ่านเกณฑ์มาบรรจุ ซึ่งขณะนี้คะแนนและกระดาษคำตอบอยู่ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งกับ ป.ป.ช.ไปแล้ว
เมื่อถามว่าตำแหน่งที่มีการเพิกถอนตำแหน่งกว่า 5,000 ตำแหน่ง จะส่งผลกระทบต่อการทำงานภายในท้องถิ่นหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เมื่อโดนเพิกถอนการบรรจุไปตำแหน่งก็ต้องว่างลง เพราะคนที่จะทำงานได้ออกไปแล้ว จากนั้นได้ถามกลับว่า “จะให้คนที่ทุจริตทำงานต่อหรือ?”
ส่วนการเลื่อนบัญชีบรรจุในขั้นตอนต่อไป นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า จะเลื่อนได้อย่างไร คะแนนยังนับไม่เสร็จ
โดยก่อนเดินทางกลับ นายอรรษิษฐ์ ยังแสดงความมั่นใจว่ามติที่ประชุมในวันที่ 23 ก.ค.นี้ของคณะกรรมการกลาง จะมีมติยืนตามคณะกรรมการ กสถ.

