เลขาพระปกเกล้า ชี้ทุนวัฒนธรรมไทยติดท้อปโลก ฝากการบ้านช่วยหาวิธีใช้สร้างมูลค่าเพิ่มทาง ศก.ให้ประเทศ

อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ

กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2569 – นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นประธานในพิธีมอบใบรับรองการจบการศึกษา หลักสูตรนักบริหารระดับสูงของชาติด้านการบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในพื้นที่ (ปนว.) รุ่นที่ 1 โดยมี นางถวิลวดี บุรีกุล ประธานมูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชน วัฒนธรรมและธรรมาภิบาล อดีตรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้กล่าวรายงาน โดยนายอิสระได้กล่าวกับผู้สำเร็จการศึกษาถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการนำทุนทางวัฒนธรรมของไทยมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

นายอิสระกล่าวว่า มีคนบอกว่า โลกนี้คือโลกที่อยู่ภายใต้หลักการ 1 ต่อ 99 คือคนที่มีหุ้นมูลค่าสูงสุด 1% ของโลก คือคนที่ครอบครองเศรษฐกิจ เป็นเจ้าของกิจการ 99% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งโลก จากการจัดอันดับทุนทางวัฒนธรรมทั่วโลก ประเทศไทยครองอันดับ 1 ในเอเชีย และอยู่ในอันดับที่ 6 จากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือว่าเราอยู่ในกลุ่ม 1% ของประเทศที่มีทุนวัฒนธรรมสูงที่สุด แต่เมื่อพิจารณาดัชนีที่วัดโดย U.S. News & World Report กลับพบว่าตัวเลขสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง โดยค่าอิทธิพลทางวัฒนธรรมของไทยต่อโลกร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 19 การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรเพื่อพัฒนาวัฒนธรรมตกลงไปอยู่อันดับ 20 กว่า และความพร้อมในการสร้างรายได้จากวัฒนธรรมหล่นไปถึงอันดับที่ 38

อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ มอบประกาศ

นายอิสระชี้ว่า สถานการณ์ของไทยเหมือนมีบ่อน้ำมันหรือเหมืองทองคำอยู่ในสวนหลังบ้าน แต่น่าแปลกที่ไม่สามารถนำทองหรือน้ำมันไปขายจนร่ำรวยได้ ทั้งที่ตามหลักการทางเศรษฐศาสตร์ กลุ่ม 1% ที่มีทุนสูงสุดควรจะเป็นผู้ครอบครองและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่

“เราอยู่ในกลุ่ม 1% ทางวัฒนธรรม เหมือนมีบ่อน้ำมัน มีเหมืองทองอยู่ในสวนหลังบ้าน แต่มันน่าแปลกที่ว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถเอาบ่อน้ำมัน เอาทองไปขายจนให้เป็นมหาเศรษฐีได้ ทั้งๆ ที่บทพิสูจน์ของระบบเศรษฐศาสตร์โลกมันพิสูจน์มาแล้วว่า ถ้าเราเป็น 1% เราต้องมีรายได้เป็น 99% ประเทศไทยเราไม่ค่อยเป็นที่หนึ่งอะไรของเอเชีย ไม่ค่อยมีโอกาสได้ติดอันดับ Top 10 ของโลก นอกจากอัตราการตายบนท้องถนน อัตราคอร์รัปชัน พวกนี้เราอาจจะได้มีโอกาสได้ติด Top 10 กับเขา แต่วันนี้เมื่อเรามีทุนวัฒนธรรมสูงเป็นอันดับต้นๆ จึงอยากฝากการบ้านหลังจบการศึกษากับทุกท่านว่า จะสามารถบูรณาการความรู้ที่ได้เพื่อทำให้เหมืองทอง บ่อน้ำที่อยู่ในสวนหลังบ้านของเรา กลายมาเป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจที่จะสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้อย่างไร” เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ระบุ

สำหรับหลักสูตร ปนว. เดิมใช้ชื่อย่อ บวส.​ จัดขึ้นเป็นปีแรก รุ่นที่ 1 เมื่อปี 2568 จบหลักสูตรไปเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา และเปิดหลักสูตรปฐมนิเทศนักศึกษารุ่น 2 ในวันเดียวกันนี้ โดยหลักสูตร ปนว.เชื่อมโยงกับโครงการวิจัยเรื่อง “การบริหารจัดการสื่อวัฒนธรรมชุมชนเพื่อยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญเรื่อง “ยกระดับเมืองรองสู่เมืองเศรษฐกิจวัฒนธรรม” ซึ่งมี นายธนภณ วัฒนกุล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมแผนงานเป้าหมายสำคัญ และ นางถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการแผนงานเชิงกลยุทธ์การนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์และเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. (PD) เป็นผู้ร่วมขับเคลื่อน

โครงการดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณและการสนับสนุนทุนวิจัยจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) โดยมี มูลนิธิสื่อสานพลังชุมชน เป็นหน่วยงานผู้ดำเนินงานในพื้นที่