“ศาลอาญาคดีทุจริตฯ” ยกฟ้องคดีฟ้องอดีตรองอธิบดี DSI ปมคดีพิเศษ 4/2557 ด้าน “ทนายกฤษฎา-สมยศ” ยันน้อมรับคำตัดสิน ชี้ได้หลักฐานสำคัญสู้ต่อคดีละเมิด และดำเนินคดีอาญา ม.157 อดีตผู้อำนวยการการท่าเรือ ปมปล่อย พนง.7 คน หนีเที่ยว ตปท.แต่กลับทุจริตเบิกค่าล่วงเวลา
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 กันยายน 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง (ตลิ่งชัน) นายกฤษฎา อินทามระ หรือ “ทนายปราบโกง” พร้อมด้วย นายสมยศ เขียวอิ่ม ได้เปิดเผยภายหลังเข้ารับฟังคำสั่งศาลในคดีที่ยื่นฟ้องอดีตรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กับพวกรวม 4 คน โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง
นายกฤษฎา เปิดเผยว่า ศาลได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีพิเศษที่ 4/2557 ซึ่งเป็นคดีที่ดำเนินมานานกว่า 7–8 ปี และมีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของหลายหน่วยงาน โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายโจทก์ยอมรับในคำตัดสินของศาล และมองว่าการยื่นฟ้องครั้งนี้ทำให้ได้รับเอกสารพยานหลักฐานสำคัญที่ DSI ส่งต่อศาลตามคำสั่งเอกสารดังกล่าวเป็นหลักฐานยืนยันลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่การท่าเรือแห่งประเทศไทย ยื่นเรื่องร้องทุกข์เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 ซึ่งต่อมา DSI ได้สรุปสำนวนปรากฏรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาระดับบริหาร ได้แก่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง 1 ราย, ผู้อำนวยการสำนัก 1 ราย และผู้อำนวยการกอง 9 ราย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องส่งสำนวนให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาตามขั้นตอน และมีหนังสือตอบรับเรื่องจาก ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560
ทั้งนี้ ฝ่ายโจทก์ระบุว่า แม้ศาลจะมีคำสั่งยกฟ้องในคดีนี้ แต่พยานเอกสารสำคัญที่ได้รับมาจะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบพยานและดำเนินคดีทางแพ่ง/ละเมิด รวมถึงการยื่นฟ้องเพิ่มเติมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคดีพิเศษดังกล่าวต่อไป
นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้อดีตพนักงานในกลุ่ม 34 คนที่ศาลยกฟ้องไปเมื่อเดือนมีนาคม 2568 จะฟ้องกลับอดีตผู้อำนวยการ การท่าเรือข้อหา ม.157 เนื่องจากพบเอกสารสำคัญบ่งชี้ว่าเอื้อประโยชน์พนักงาน 7 คนที่หนีเที่ยวต่างประเทศแต่ทุจริตเบิกค่าล่วงเวลาไปทั้งที่ไม่อยู่ปฎิบัติงานแต่ผู้อำนวยการคนนี้ปล่อยนักเที่ยว 7 คนรอดคดีพิเศษ 4/2557 ทั้งที่ ปปช. มีหนังสือสั่งการให้ดำเนินคดีรวมไปกับกลุ่ม 34 คนแรกด้วยการกระทำดังกล่าวจึงมีหลักฐานเพียงพอให้กลุ่ม 34 คนฟ้องกลับผู้อำนวยการคนดังกล่าวได้




