‘ไอติม’ เผย ฝ่ายค้านล็อกเป้าอภิปรายซักฟอก ‘อนุทิน – ไชยชนก’ บอกเริ่มคุยกับพรรคร่วมแล้ว ให้ ‘รังสิมันต์ โรม’ เป็นหัวเรือ ปัดตอบสอย ‘นายกฯ’ ลงจากตำแหน่งเมื่อไร

10

วันนี้ (2 ก.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เมื่อวานนี้มีการประชุมกันแล้ว โดยสมัยนี้มีพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เพิ่มขึ้นคือพรรคไทรวมพลัง โดยเรามีความเห็นตรงกันว่าเราจะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 คือการอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติ ในเชิงกรอบเวลา เราจะดำเนินการโดยเร็ว และได้มีการพูดคุยว่าจะครอบคลุมถึงใครบ้าง ซึ่งเป็นการบ้านที่แต่ละพรรคไปรวบรวมมา แต่ 2 รายชื่อที่มีอยู่แน่นอนคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีการตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานโดยมีหัวเรือหลักคือ นายรังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่จะพูดคุยกับพรรคร่วมทุกพรรค รวบรวมรายชื่อและจัดทำญัตติเพื่อเตรียมยื่นญัตติโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่กี่สัปดาห์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายเพื่อให้สะเทือนรัฐบาลได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเองไม่อยากคุยก่อนเกิด แต่คิดว่าเราทำงานเต็มที่ ให้ผลงานเป็นตัวบ่งบอกที่ดี และขอฝากว่า เห็นนายกรัฐมนตรีบอกว่าพร้อมที่จะตอบทุกคำถาม หวังว่านายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทยจะไม่พยายามหาช่องทางให้ประธานสภาวินิจฉัยไม่ให้พูดเรื่องฮั้ว สว. และเรื่องโกงสอบท้องถิ่นได้ ไม่ใช้เทคนิคแบบนั้น
ส่วนกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าพรรคประชาชนทำให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็สามารถทำให้เอาลงได้ จะทำได้เมื่อไรนั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่ในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เราประกาศชัดเจนว่ายิ่งเราเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ในประเทศต่อไป ก็จะยิ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติกับประชาชน ฉะนั้นย้ำว่าเราทำเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล และหวังถึงการเลือกตั้งครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเร็วหรือช้า หากเราทำหน้าที่ของเราได้ดี ประชาชนเห็นพ้องกับเราว่าการมีพรรคอื่นมาเป็นแกนนำรัฐบาลน่าจะทำให้ประเทศดีขึ้นได้ ก็จะเป็นวิธีที่ทำให้สามารถล้มรัฐบาลได้ด้วยเสียงของพี่น้องประชาชน ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเราคงไปคาดเดามติของ สส. ไม่ได้ แต่เราเข้าใจเสียงในสภาดีว่าในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลยังมีเสียงข้างมาก แต่เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คิดว่าไม่ใช่แค่การมานับคะแนนของการลงมติ แต่คือการนำเสนอความจริงให้สังคมได้เห็นถึงปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหากประชาชนเห็นตามหลักฐานที่เรามี เมื่อไรก็ตามที่อำนาจกลับไปอยู่ในมือของประชาชน เขาก็จะเปิดโอกาสให้มีพรรคอื่นมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล

เมื่อถามต่อว่า จะไม่สายเกินไปหรือที่จะรอให้ประชาชนเลือกตั้งในครั้งหน้า นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่ต้องบอกว่าปลายทางเราต้องมองเป็นขั้น เรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องวัดกันที่คะแนนลงมติ ซึ่งเมื่อเรายื่นญัตติเราก็อยากให้ สส. ส่วนใหญ่ ลงมติไม่ไว้วางใจ แต่ย้ำว่าคงไปคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าจะมี สส. ฝั่งรัฐบาลกี่คนที่จะมาลงมติไม่ไว้วางใจ หากเราชนะมติได้ก็จะทำให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งเร็วขึ้น แต่หากการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่นำไปสู่การลงมติที่เสียงข้างมากลงมติไม่ไว้วางใจ แล้วเราทำหน้าที่ของเราได้ดี เมื่ออำนาจกลับไปอยู่ในมือพี่น้องประชาชน ก็จะทำให้โอกาสในการเปลี่ยนรัฐบาลมีมากขึ้นด้วย