ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดชี้ชะตา 2 ชาวอุยกูร์ วางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ปี58 หลังคดียืดเยื้อกว่า 10 ปี

826

ศาลเตรียมอ่านคำพิพากษา ชาวอุยกูร์มือวางระเบิด “ศาลท้าวมหาพรหมแยกราชประสงค์” ทนายยัน ลูกความบริสุทธิ์ หลักฐานชี้ชัด เข้าประเทศหลังเกิดเหตุ – รูปร่างเล็กกว่าผู้ก่อเหตุ ยันลูกความไม่เคยรับสารภาพแต่ถูกบีบบังคับให้เซ็น ยอมรับเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่กังวลทำคดีมั่นคงเหตุ เปรียบทนายก็เหมือนหมอที่รักษาได้ทุกคน

จากกรณีเหตุวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ ประสงค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย เป็นต่างชาติ 14 รายคนไทย 6 ราย บาดเจ็บกว่า 100 คน ซึ่งเหตุการณ์ผ่านมามานานเกือบ 11 ปี และมีการสืบพยานโจทก์มากกว่า 400 ปาก และฝ่ายจำเลยกว่า 45 บาท แฟ้มเอกสารคดีกว่า 10,000 หน้า โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 11 มิ.ย. 2569 เวลา 09.00 น. คดีที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้อง นายอาเด็ม คาราดัก กับพวก หลังผ่านพ้นเหตุการณ์มานานกว่า 10 ปี

ล่าสุดในเวลา 08.25 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัก หรือบิลาล มูฮัมหมัด ทนายความของจำเลยในคดีได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนฟังคำพิพากษาว่า ตนเป็นทนายความตั้งแต่ต้น และวันนี้ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษากับจำเลย ซึ่งในคดีดังกล่าว ตนเป็นทนายความของนายอาเด็ม ส่วนนายไมไรลียูซุฟู มีทนายอีกท่านซึ่งเป็นมุสลิมคอยดูแลอยู่ ซึ่งตนเองจะไม่ก้าวล่วง อย่างไรก็ตามเราต่อสู้ให้กับจำเลยมาโดยตลอด โดยยืนยันว่า ตามพยานหลักฐานที่มีการสืบพยานตั้งแต่ต้น ชี้ชัดว่าจำเลยของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาพกล้องวงจรปิด ที่แสดงให้เห็นการเดินทางเข้าออกในช่องทางธรรมชาติ ว่าเข้ามาภายหลังเกิดเหตุระเบิดประมาณ 1 สัปดาห์ รวมทั้งเรื่องของลักษณะร่างกาย โดยผู้ก่อเหตุมีรูปพรรณสูงใหญ่ แตกต่างจากรูปร่างของนายอาเด็ม ซึ่งเห็นได้ชัดจากภาพวงจรปิด และการไปปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำสวนลุมพินีก็ไม่ใช่นายอาเด็ม

พร้อมกับยืนยันว่านายอาเด็ม ไม่เคยรับสารภาพ มีแต่บีบบังคับให้เซ็นเอกสารตอนที่อยู่ในเรือนจำ ส่วนที่มีการไปอยู่รวมตัวกับเพื่อนชาวอุยกูร์ ในอพาร์ทเมนท์ย่านหนองจอก เนื่องจากชาวมุสลิมส่วนใหญ่ที่เดินทางมาในประเทศไทย มักจะมารวมตัวอาศัยกันอยู่ในจุดดังกล่าว นอกจากนี้การที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบวัตถุระเบิดภายในห้องพัก ยืนยันว่านายอาเด็ม อยู่คนละห้อง ไม่ได้อยู่ภายในในห้องที่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด เพราะห้องดังกล่าว มีการล็อกอย่างแน่นหนา ทำให้จำเลยไม่สามารถเข้าไปภายในห้องได้อย่างแน่นอน เพราะการที่จะเข้าไปเจ้าหน้าที่ต้องใช้ อุปกรณ์ตัดสายยู ส่วนการที่เจ้าหน้าที่อ้างว่า จำเลยมีลูกกุญแจ ในการใครเข้าห้องที่เก็บวัตถุระเบิด ยอมรับว่ารูปกุญแจดังกล่าวสามารถไขได้จริงเฉพาะลูกบิดประตู ซึ่งสามารถไขได้หลายห้อง แต่ไม่สามารถเข้าห้องได้เนื่องจากมีการคล้องสายยูไว้ชั้น ดังนั้นจากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ทีมทนายความมีความมั่นใจ ว่าลูกความจะได้รับความยุติธรรม

ส่วนการรับทำคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทั้งที่ประเทศไทยเป็นผู้เสียหายนั้น นานชูชาติกล่าวว่า ทนายเปรียบเสมือนอาชีพหมอ ไม่ว่าจะเป็นคนร้ายคนดี ในหน้าที่ก็จะต้องปฏิบัติเพื่อให้ความเป็นธรรม กับผู้ที่ถูกกล่าวหา พร้อมย้ำว่า มีความเชื่อมั่นจำเลยดังกล่าวเป็นผู้บริสุทธิ์ จากพยานหลักฐานที่สืบมา เป็น 10,000 หน้า ตลอดระยะเวลาเกือบ 11 ปี